ขณะที่มีรายงานว่าหลังจากที่ได้รับการประกันตัวนางพรประภา ภรรยาของ พล.ต.ท.ปัญญา จะไปอาศัยอยู่ในความดูแลของลูกสาว เพราะไม่อยากกลับเข้าไปในบ้านที่เป็นจุดเกิดเหตุอีก หากกลับไปจะต้องเจอสภาพบ้านและทำให้เกิดอาการเครียด เพราะยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับบ้านหลังเกิดเหตุดังกล่าวอยู่กันแค่เพียงสองคน เกรงว่าจะไม่มีใครดูแลสภาพจิตใจ ในระหว่างนี้
ด้าน นายชัยรัตน์ (สงวนนามสกุล) เพื่อนบ้านที่เข้าไปอุ้มร่าง พล.ต.ท.ปัญญา ในวันเกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนเพิ่งกลับมาจากซักผ้า ขับรถผ่านมาถูกชั่งเหล็กเรียกให้เข้าไปช่วยนายตำรวจ ตอนนั้นฝนไม่ได้คิดอะไร แค่จะเช้าไปช่วยเท่านั้น แต่ไม่กล้าเข้าไปในบ้านจึงรอให้ครบ 4 คนแล้วเข้าไปพร้อมกัน เมื่อมาครบจึงพากันขึ้นไปชั้น 2 พบร่างของนายตำรวจนอนอยู่ที่พื้นในห้องทำงานฝั่งริมน้ำในลักษณะนอนหงาย จมกองเลือด และด้านข้างมีผ้าขนหนูสับเลือดวางอยู่ แต่ไม่ได้สังเกตว่ามีปืนอยู่ในจุดเกิดเหตุหรือไม่
ยอมรับว่าวินาทีนั้นไม่ได้สังเกตว่าร่างผู้ตายยังหายใจอยู่หรือไม่ คิดแต่เพียงว่าจะนำร่างออกมาเท่านั้น แต่พอมาถึงชั้นล่างไม่สามารถนำร่างขึ้นรถได้ เนื่องจากมีน้ำหนักมากก่อนที่เพื่อนบ้านรายหนึ่งจะทับว่าหากเสียชีวิตไม่ควรเคลื่อนย้ายศพ ทุกคนจึงตัดสินใจวางร่างไว้กับพื้น รอการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาพลตำรวจโทปัญญาและภรรยา ไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่ได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันมานานแล้วครั้งล่าสุดคือเมื่อหลายปีที่แล้ว