ปชป.ดัน พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง ปิดช่องลดโทษทำผิดซ้ำ
06 ส.ค. 2569 | titayu_pur

พรรคประชาธิปัตย์ดัน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง ล็อก 3 ฐานความผิดหนัก ฆ่า ข่มขืน ปล้นทรัพย์ ชูแก้กฎหมายห้ามลดโทษอาชญากรทำผิดซ้ำ ป้องกันคดีสะเทือนขวัญ
ข่าว
06 ส.ค. 2569 | titayu_pur

พรรคประชาธิปัตย์ดัน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง ล็อก 3 ฐานความผิดหนัก ฆ่า ข่มขืน ปล้นทรัพย์ ชูแก้กฎหมายห้ามลดโทษอาชญากรทำผิดซ้ำ ป้องกันคดีสะเทือนขวัญ
KEY
POINTS
ดันกฎหมายปิดช่องโหว่: พรรคประชาธิปัตย์เสนอ "ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง" ครอบคลุม 3 คดีร้ายแรง ได้แก่ ฆ่า, ข่มขืน และปล้นทรัพย์ เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนบริสุทธิ์
ตัดสิทธิลดโทษเด็ดขาด: กำหนดห้ามลดโทษหรือขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ทำผิดซ้ำครั้งที่ 2 และหากกระทำผิดซ้ำครั้งที่ 3 ต้องรับโทษสูงสุดโดยไม่มีการลดหย่อนทุกกรณี
ถอดบทเรียนคดีดัง-เตรียมเข้าสภา: อ้างอิงอุทาหรณ์จากคดีสมคิด พุ่มพวง และคดีป้อง-ธง พร้อมเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนเสนอผลักดันเข้าสู่สภาต่อไป
6 สิงหาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายพงศกร ขวัญเมือง แถลงเปิดตัว ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่กฎหมาย หวังปิดทาง อาชญากรทำผิดซ้ำ ใน 3 ฐานความผิดร้ายแรง ได้แก่ ฆ่า ข่มขืน และปล้นทรัพย์ พร้อมเสนอตัดสิทธิการ ลดโทษ และขอพระราชทานอภัยโทษอย่างเด็ดขาด โดยยกเคสสะเทือนขวัญอย่างคดี สมคิดพุ่มพวง และคดีป๋อง-ธง เป็นอุทาหรณ์ ก่อนเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อดันกฎหมายเข้าสู่สภาต่อไป
ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในสังคม โดยเตรียมผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมายที่เอื้อให้อาชญากรกลับมากระทำความผิดซ้ำ
นายพงศกร ระบุว่า จากกรณีศึกษาคดีสำคัญอย่าง “คดีป๋องและธง” สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การใช้ความเมตตาและช่องว่างทางกฎหมายในปัจจุบัน ได้กลายเป็นเสมือน 'ใบอนุญาต' ที่เปิดโอกาสให้อาชญากร กลับมากระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชนในสังคม
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทางพรรคจะเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ เพื่อปิดช่องโหว่ของกระบวนการยุติธรรม ได้แก่
1. ควบคุม 3 ฐานความผิดร้ายแรง ครอบคลุมคดีฆ่า ข่มขืน และปล้นทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรง
2. ตัดสิทธิการลดโทษในความผิดครั้งที่ 2 ในการทำผิดครั้งแรก ให้ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติพร้อมออกหมายเตือน แต่หากกระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะห้ามมิให้ฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ หรือกระทรวงยุติธรรม เสนอชื่อเพื่อลดโทษหรือขอพระราชทานอภัยโทษโดยเด็ดขาดในทุกกรณี
3. ความผิดครั้งที่ 3 รับโทษสูงสุดเท่านั้น หากผู้กระทำผิดยังกล้ากระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 3 กฎหมายจะกำหนดให้ศาลต้องพิพากษาลงโทษในอัตราโทษสูงสุดเท่านั้น และจะไม่มีการลดหย่อนโทษใด ๆ ทั้งสิ้น
"แม้หลายฝ่ายอาจมองว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ดูใจร้ายหรือไร้ความเมตตาต่อผู้กระทำผิด แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่สังคมและกฎหมายต้องปกป้อง คือชีวิตของคนบริสุทธิ์ที่ควรจะได้ใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ต้องคอยหวาดระแวง หรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรต่อเนื่อง" นายพงศกร กล่าวย้ำ
นอกจากนี้ นายพงศกร ยังได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว ขยายความถึงความจำเป็นของร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยระบุว่า เมื่อความเมตตาทางกฎหมายกลายเป็นใบอนุญาตให้กระทำความผิดซ้ำ ดังเช่นคดีของ 'ป๋องและธง' ที่ผู้กระทำความผิดเพิ่งพ้นโทษจากคดีครอบครองอาวุธ พยายามฆ่า และยาเสพติด แต่เมื่อออกจากเรือนจำก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
นายพงศกร ยกตัวอย่างคดีสะเทือนขวัญในอดีตที่มีลักษณะเดียวกัน ได้แก่ คดีนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุฆาตกรรมผู้หญิง 5 ราย แต่หลังจากถูกจำคุกและพ้นโทษออกมาไม่นาน ก็กลับมาก่อเหตุฆาตกรรมซ้ำในลักษณะเดิม รวมถึงคดีสองพี่น้องไผ่เขียว ซึ่งมีประวัติเคยถูกดำเนินคดียาเสพติดและพยายามฆ่า แต่เมื่อพ้นโทษก็ออกมาก่อเหตุยิงเด็กจนเสียชีวิต
"สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าความเมตตากลับกลายเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.นี้ได้นำแนวทางจากต่างประเทศมาปรับใช้ เช่น ในประเทศนิวซีแลนด์ หรือสหรัฐอเมริกา วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีกฎหมายนี้ คนที่ควรได้รับความเมตตามากที่สุดคือคนบริสุทธิ์ ที่ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของอาชญากรต่อเนื่อง" นายพงศกร ระบุ
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงขั้นตอนต่อไปว่า พรรคเตรียมนำร่างกฎหมายดังกล่าวไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ให้มีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนผลักดันเข้าสู่สภา
"พรรคประชาธิปัตย์อยากเชิญชวนทุกคนที่มีความเห็นหลากหลาย มาร่วมกันถกเถียง พูดคุยกับเราว่าอยากให้ปรับปรุงอะไร แต่อย่างไรก็ตาม เรายืนยันที่จะต้องผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทุกคนใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงอีกต่อไป" นายพงศกร ทิ้งท้าย