ทั้งนี้ในวันเกิดเหตุ ทางเพื่อนๆได้โทรแจ้งทางนางวันนิสา แม่น้องเอ ว่า น้องเอเป็นอะไรไม่รู้ ตัวเหลือง หมดสติ หัวใจหยุดเต้น ทำให้แม่ตกใจรีบเดินทางไปที่โรงเรียน ก่อนคุณครูจะโทรมาแจ้งว่าน้องหมดสติย้ายน้อง ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลแล้ว
นางวันนิสา ระบุว่า แม่รีบไปที่โรงพยาบาลโคกสำโรง และได้พูดคุยกับทางคุณหมอ โดยหมอให้แม่เฝ้าดูอาการน้องอย่างใกล้ชิด เพราะเคสนี้เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันมาก จึงได้โทรสอบถามทางโรงเรียนจนทราบว่า น้องเอ ถูกรุ่นพี่ ม.3 บังคับให้สูบกัญชา และได้ทราบตัวเด็กที่ก่อเหตุแล้ว
คุณแม่น้องเอ กล่าวต่อว่า ลูกชายเข้ารักษาตัวที่ รพ.โคกสำโรง เป็นเวลา 5 วัน ตลอดระยะเวลารักษาตัวทางโรงเรียนไม่เคยติดต่อมาเพื่อสอบถามอาการเด็กเลย มีแต่แม่ที่ติดต่อไปหาโรงเรียนเอง หลังโทรติดต่อไปก็มี ผอ. นำกระเช้ามามอบให้ในวันอาทิตย์ และก็เงียบหายไป ก่อนจะติดต่อมาในวันอังคาร วันที่น้องออกจากโรงพยาบาลพอดี
พร้อมทั้งกลับคำพูดกับแม่ว่า น้องไม่ได้ถูกบังคับแต่น้องไปซื้อกัญชามาจากเด็ก ม.2 และเต็มใจสูบเอง พร้อมอุปกรณ์ก็เป็นของน้องเอง โดยทางคุณครูอ้างว่า ได้สืบหาข้อมูลภายในโรงเรียน และหลักฐานจากกล้องวงจรปิดห้องน้ำ โดยเห็นน้องวิ่งเข้าไปอาเจียน โดยมีเด็กอีกคนมาลูบหลังให้ และได้ไปสอบถามเด็กที่ลูบหลัง โดยไม่รู้เลยว่าเด็กที่ลูบหลังนั้น เป็นคนเดียวกับที่บังคับน้องสูบกัญชานั่นเอง
"เด็กคนนั้นอ้างว่าน้องเป็นคนผิด โดยทางโรงเรียนไม่เคยมาสอบถามพูดคุยกับน้องเลยสักครั้ง แต่ทางโรงเรียนดันมาปักใจเชื่อว่าน้องผิดได้ยังไง คุณแม่จึงนำหลักฐานแชทที่ น้องณัฐวุฒิ ถูกรุ่นพี่สองคน ส่งข้อความมาขู่ว่าให้ยอมรับไปคนเดียวและไม่ได้ถูกบังคับให้สูบ ให้รับว่ากัญชาเป็นของน้อง และน้องเสพแต่เพียงผู้เดียว คุณแม่ไม่อยากให้ทางโรงเรียนปัดความรับผิดชอบทิ้ง และกลัวน้องเอไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องเพจสายไหมต้องรอด ให้ช่วยเหลือ"
ด้าน นายเอกภพ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ไม่อยากให้ทางโรงเรียนปัดความรับผิดชอบ เพราะนี่เป็นเรื่องความเป็นความตายได้เลย เพราะน้องถึงขั้นมีอาการหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลถึง 5 วัน และยังต้องกลับมาดูอาการต่อที่บ้าน วันแรกที่ออกจาก รพ ยังมีอาการมึนทำให้ตกมอเตอร์ไซค์อีกด้วย และยังต้องเข้าพบหมอตามนัด เพื่อเช็คระบบประสาท และระบบหัวใจต่อๆไปอีก
โรงเรียนจะมาปัดความรับผิดชอบไมาได้โดยเด็ดขาด เพราะทางด้านน้องก็ได้ให้การชัดเจนว่ากัญชาและบ้องกันชานั้นเป็นของรุ่นพี่จริงๆและถูกบังคับให้สูบจริงๆ นายเอกภพกล่าว ในวันพรุ่งนี้จะพาทางด้านน้องและแม่ไปแจ้งความ ที่ สภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี และจะติดต่อให้สำนักงานเขตการศึกษาจังหวัด ลพบุรี ลงมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย