เนชั่นทีวี

ข่าว

ผบช.สตม. แจง ไม่ได้เรียกรับค่าหัวปล่อยตัว ผู้ต้องกัก "คดีผับจินหลิง"

28 ธ.ค. 2565 | katatep_lue

ผบช.สตม. แจง ไม่ได้เรียกรับค่าหัวปล่อยตัว ผู้ต้องกัก "คดีผับจินหลิง"

ผบช.สตม. ชี้แจงไม่มีการเรียกรับค่าหัวผู้ต้องกัก คดีผับจินหลิง ยันคนที่ถูกดำเนินคดีเรียบร้อย ต้องผลักดันกลับ น้อมรับฟัง “ชูวิทย์” ออกมาวิจารณ์ เปรียบเหมือนกระจกสะท้อน พร้อมแจงปมค่าทำเนียมวีซ่า E-VOA เป็นไปตาม MOU บริษัทเอกชน ย้ำไม่มีเงินเข้า ตม.แม้แต่บาทเดียว

28 ธันวาคม 2565 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยว 15 วัน หรือ E-Visa on Arrival ว่ามีการเสียค่าใช้จ่าย 500-2,500 บาท ว่าไปตกอยู่ที่ใคร 

โดย ผบช.สตม. ได้ชี้แจงว่าการเสียค่าบริการดังกล่าว เป็นทางเลือกของผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องการเสียเวลาต่อแถวตรวจวีซ่าที่ด่านตรวจสนามบิน แบ่งเป็น 2,000 บาทเข้ารัฐ และ 500 บาท เป็นค่าธรรมเนียมของบริษัทเอกชนที่รับจัดทำวีซ่า ซึ่งเป็นไปตาม MOU ที่รัฐกับบริษัทดังกล่าวจัดทำขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่นำไปพัฒนาระบบของบริษัท และไม่มีการนำเงินเข้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม้แต่บาทเดียว

นอกจากนี้ การที่มีวีซ่า E-VOA ก็จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีสถานการณ์โควิด บริษัทเอกชนที่รับทำ E-VOA ขาดรายได้จนแทบจะปิดกิจการ ดังนั้นเมื่อเปิดประเทศและมีนักท่องเที่ยวเข้ามา บริษัทเหล่านี้ก็จำเป็นต้องหารายได้เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่าย การที่มีบุคคลออกมาหลับหูหลับตาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้มากๆ อาจจะทำให้บริษัทเหล่านี้ไม่อยากมาลงทุนในไทยอีก จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจระบบเศรษฐกิจ

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รับเงินแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องกัก คดีผับจินหลิง ออกนอกประเทศนั้น ผบช.สตม. ยืนยันว่า ไม่มีการเรียกค่าหัว ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ที่หลังจากผู้ต้องกักถูกดำเนินคดีแล้ว ไม่มีเหตุจำเป็นต้องอยู่ในประเทศไทย ก็ต้องผลักดันกลับประเทศในช่องทางต่างๆ ตามสิทธิ์ หากกักตัวผู้ต้องกักโดยมิชอบ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อาจถูกผู้ต้องกักฟ้องได้ โดยปัจจุบันส่งกลับไปแล้ว 180 คน เหลืออีก 37 คนที่ยังอยู่ระหว่างอายัดตัวไว้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งหากแล้วเสร็จ ก็จะดำเนินการส่งกลับประเทศ

ส่วนที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาติติงการทำงานของตม. ผบช.สตม. ระบุว่า ไม่ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อตอบโต้ แต่ในฐานะข้าราชการ ก็ต้องน้อมรับคำวิจารณ์ และการตรวจสอบ เพราะสิ่งที่นายชูวิทย์พูดเปรียบเสมือนคำแนะนำ ทำให้ตม. ต้องกลับไปดูข้อกำหนดต่างๆ ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้คนต่างชาติเข้ามากระทำผิดในไทยหรือไม่ ซึ่งตัวนายชูวิทย์จึงเปรียบเสมือนกระจก ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องรับฟัง.

ข่าวล่าสุด