นายชูวิทย์ ยังกล่าวถึงการบุกจับผับจินหลิงว่า วันเกิดเหตุที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบผับจินหลิงนั้น พบชาวจีนกว่า 265 คน พร้อมยาเสพติดจำนวนมาก รวมถึงยังมีพนักงานเสิร์ฟ และ รปภ.ชาวไทย แต่เหตุใดผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จึงไม่เรียกสอบปากคำผู้ใด ทั้งที่พบผู้มีปัสสาวะสีม่วง และยังจับกุมผู้ดูแลสถานบริการดังกล่าว
ซึ่งแท้จริงแล้ว เป็นเพียง รปภ. เท่านั้น ก่อนจะปล่อยตัวภายหลัง ทำให้พยานแปดเปื้อน และคำให้การต่อศาลไม่อาจเชื่อถือได้ นอกจากนี้ เหตุใดจึงไม่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งอาจมีหลักฐานการแชตพูดคุย เพราะยาเสพติดที่ประเทศจีน มีราคาแพงและมีอัตราโทษสูง หากใครต้องการเสพยา จึงจะมุ่งมาที่ประเทศไทย
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ยานนาวา ยังขี่จักรยานยนต์พาได้ "นายเดวิด ฮอว์" ซึ่งเป็นตัวการคนสำคัญ ในการนำยาเสพติดมาขาย ไปส่งศาลฝากขังก่อน นายเดวิด จะยื่นขอประกันตัว แต่แทนที่ รอง ผกก.นายนี้ จะพาไปส่งที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อฝากขังตามขั้นตอน กลับพาไปปล่อยกลางทาง ทำให้เจ้าตัวขึ้นเครื่องบิน หลบหนีออกนอกประเทศ พร้อมหลาน "นายตู้ห่าว" ขณะที่รองผู้กำกับการจราจร สน.ลาดพร้าว และลูกน้อง ก็ให้การช่วยเหลือครั้งนี้เช่นกัน