มีรายงานว่า แนวทางการสืบสวนพบว่า หมู่บ้านหรูย่านลาซาลแต่ละหลัง มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านขึ้นไป โดยมีคนจีนที่เข้ามากว้านซื้อ เพื่อรับรองกลุ่มคนจีนด้วยกัน ที่เดินทางมาในประเทศไทย โดยจะมีแม่บ้านคอยดูแล ทำความสะอาดความเรียบร้อยภายในบ้านพักให้ อีกทั้งก่อนหน้านี้พบว่า จะมีกลุ่มคนจีนที่เป็นนักเที่ยว มีความเชี่ยวโยงกับผับจินหลิง แวะเวียนมาเล่นไพ่ สังสรรค์ ที่บ้านหรูภายในโครงการดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตามภายหลังนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว เข้ามอบตัวกับตำรวจ ทำให้คนจีนกลุ่มดังกล่าว ได้ขนย้ายข้าวของภายในบ้าน และนำรถยนต์หรูไปซุกซ่อนตามจุดต่าง ๆ ก่อนตำรวจจะเข้ามาตรวจค้น เหลือเพียงคนที่ยังไม่รู้ข่าวความเคลื่อนไหวของนายตู้ห่าว หรือบ้านคนจีนบางหลัง ก็เหลือไว้เพียงคนรับใช้และแม่บ้านชาวไทยเท่านั้น โดยในส่วนของกลางทั้งหมดจากการตรวจค้น 11 จุด ชุดสืบสวนตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทางคดี และจะให้ผู้ครอบครองมาแสดงตน พร้อมกับชี้แจงการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่ต้องสงสัย
รายงานข่าวระบุว่า การตรวจค้นทั้ง 11 จุดในครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการตรวจค้นจากยุทธการล้มไม้ค้ำ ลิดกิ่งก้าน ที่ก่อนหน้านี้ได้ทางตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่า เป็นที่พักอาศัยและใช้ในการกระทำความผิดกลุ่มบุคคลทุนจีนสีเทา และขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 จุด เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบเบื้องต้น การครอบครองบ้านหรูย่านลาซาล ของกลุ่มทุนจีนพบว่า มีการกว้านซื้อบ้านหรูโดยซื้อในนามของบริษัท ซึ่งหลังจากนี้ทางชุดสืบสวน จะขยายผลว่า มีการเปิดบริษัทถูกต้องหรือไม่ ประกอบธุรกิจประเภทใด และใครเป็นเจ้าของ หรือมีการซื้อผ่านนอมินีให้ถือสินทรัพย์หรือไม่ นอกจากนี้มีรายงานว่า กลุ่มคนจีนสีเทาจะมีพฤติกรรมในลักษณะคล้ายกัน คือการนำเงินมากว้านซื้อหมู่บ้านตามโครงการใหญ่ และคอนโดหรูกลางใจกรุง โดยมีการซื้อในลักษณะเหมาเฟส หรือหากเป็นคอนโดหรูจะเหมายกชั้น เป็นลักษณะห้องเพ้นท์เฮ้าส์ หรือห้องชุด และมีการซื้อขายผ่านนายหน้า หรือตัวแทนด้วยเงินสดเท่านั้น
ทั้งนี้ในวันที่ 1 ธ.ค. นี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมผลการปฎิบัติ ที่ บช.สอท. ต่อไป