พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วน ครูยุ่น ที่ให้การปฏิเสธทั้ง 2 ข้อหา เเละชี้แจงว่า การตีเด็กเป็นการสั่งสอนก็เป็นสิทธิ์ที่จะกล่าวอ้างได้ แต่ในกระบวนการตรวจสอบ จะสอบสวนเด็กที่ถูกกระทำ เพื่อสืบพฤติการณ์ของครูยุ่น ในลักษณะการกระทำว่า เป็นการกระทำซ้ำ ๆ หรือไม่ เพราะไม่สามารถทำร้ายหรือตีเด็กได้ แม้แต่พ่อแม่แท้แท้ก็ต้องดูเหตุและผลต้องมีเหตุและผล เพียงพอที่จะลงโทษลงโทษเด็ก
แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เด็กบางคนมีร่องรอยบาดแผล ที่สันนิษฐานได้ว่า ถูกทำร้าย เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนประเด็นเรื่องยาเสพติด ที่มีคำกล่าวอ้างจากครูยุ่นว่า มีเด็กบางคนยุ่งเกี่ยวเสพยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจสารเสพติดในร่างกาย ส่วนเด็กที่ยังอยู่ในความดูแลของมูลนิธิจนถึงขณะนี้ จะต้องนำตัวมาสอบ ยืนยันว่า ครูยุ่นจะต้องให้ความร่วมมือให้สหวิชาชีพได้สอบปากคำเด็กทุกคน ส่วนการพบว่าเด็กช่วยเหลือย้ายสถานสงเคราะห์ให้กับเด็ก ต้องคำนึงถึงความสมัครใจของเด็ก หากใครที่สมัครใจอยู่ต่อ ก็เป็นสิทธิ์ของเด็กที่สามารถทำได้