ส่วนประเด็นการทำร้ายร่างกายทารุณกรรมเด็ก มีการทำลายข้าวของ รวมไปถึงการนำปัสสาวะ อุจจาระ ราดเสื้อผ้าเด็ก ที่มีภาพถูกนำเสนอออกไปนั้น "ครูยุ่น" ชี้แจงว่า ภาพเสื้อผ้าที่ถูกมากองอยู่ที่พื้นนั้น ยอมรับว่าตนเป็นคนรื้อ แต่ไม่ได้นำอุจจาระ และไม่ได้เอาปัสสาวะหมา มาราด ตามที่เด็กกล่าวหา แต่เป็นการรื้อเสื้อผ้าออกมา เนื่องจากเด็กใหม่ ที่มาอยู่ในมูลนิธิไม่ชอบซักเสื้อผ้า และนำเสื้อผ้าที่ใส่แล้วมาซุกในตู้เสื้อผ้า จนเกิดความสะสมหมักหมมและสกปรก ไม่เป็นระเบียบ ตนจึงพยายามสั่งสอนเด็ก แต่เด็กก็ไม่ยอมทำตาม จึงต้องนำเสื้อผ้าทั้งหมดออกมาเพื่อให้เด็กทำความสะอาด และนำไปพับให้เป็นให้เป็นระเบียบ
จากพฤติกรรมต่างๆ ไม่ได้ก่อเหตุความรุนแรงตามที่เด็กกล่าวหา ซึ่งตนดูแลมูลนิธิและอยู่กับเด็กมานานอาจจะเป็นคนพูดไม่เพราะ แต่ยืนยันว่าทั้งหมดไม่ได้เป็นเจตนาในการที่จะทำร้ายทารุณกรรม หรือหากินกับเด็ก
นอกจากนี้ ครูยุ่น ยังชี้แจงประเด็นการใช้แรงงานเด็กในรีสอร์ต ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงผิด พ.ร.บ.การใช้แรงงานเด็ก ว่า ไม่ได้เป็นการให้ค่าจ้าง หรือบังคับเด็ก แต่เด็กในมูลนิธิเต็มใจที่จะไปช่วยงาน ซึ่งเป็นความสมัครใจของเด็กในการไปช่วย เปรียบเหมือนการช่วยผู้ปกครองทำงานบ้าน ซึ่งตนมองว่าไม่เข้าข่ายความผิด