เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดแผนประทุษกรรม 1 นาทีครึ่ง เด็ดชีวิต 5 ทหารพราน เป้าข่มขวัญ จนท.

23 ก.ค. 2569 | prisana_tha

เปิดแผนประทุษกรรม 1 นาทีครึ่ง เด็ดชีวิต 5 ทหารพราน เป้าข่มขวัญ จนท.

เปิดแผนประทุษกรรมปฏิบัติการ 1 นาทีครึ่ง ถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี เด็ดชีวิต 5 ทหารพราน พุ่งเป้าข่มขวัญเจ้าหน้าที่

เปิดแผนประทุษกรรมปฏิบัติการ 1 นาทีครึ่ง ถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี เด็ดชีวิต 5 ทหารพราน พุ่งเป้าข่มขวัญเจ้าหน้าที่

KEY

POINTS

  • กางแผนประทุษกรรม วงจรปิดจับภาพชัด คนร้าย 9 คน ใช้รถกระบะและรถจักรยานยนต์บุกโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส ใช้ปืนสงครามและไปป์บอมบ์ ก่อเหตุเพียง 1 นาที 30 วินาที
  • ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 6 คน รวมเด็กอายุ 10 ปี ก่อนคนร้ายชิงอาวุธปืน 5 กระบอก เสื้อเกราะ 4 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องหลบหนี
  • ชี้กำลังพลประจำจุดตรวจหลือเพียง 5 นาย เป็นช่องโหว่สบโอกาสให้คนร้ายก่อเหตุ หน่วยงานมั่นคงชี้ คนร้ายมุ่งเป้าหมายข่มขวัญเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อให้เกิดความหวาดผวา และไม่กล้าตั้งด่าน และถูกชาวบ้านมองว่าเจ้าหน้าที่ไร้น้ำยา

23 กรกฎาคม 2569 ปฏิบัติการอุกอาจ เดือดปลายด้ามขวาน 9 คนร้ายชุดดำพร้อมอาวุธสงครามครบมือ ใช้รถกระบะสีดำและรถ จยย. เป็นพาหนะ บุกยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี หมู่ 7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ชนิดไม่ยำเกรงกฎหมาย ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิตทันที 5 นาย และมีชาวบ้านบาดเจ็บ 6 คน วงจรปิดในจุดเกิดเหตุฉายภาพชัดเจน

 

วงจรปิดจับภาพชัด 6 ชุดดำในรถกระบะลงมือก่อเหตุ รถจยย.ยิงคุ้มกัน ใช้เวลาลงมือแค่ 1.30 นาที

 

เวลา 18.45 น. วันที่ 22 ก.ค.69 คนร้ายมาถึงจุดตรวจบูเก๊ะซามี ม.7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยคนร้าย 7 คนสวมชุดสีดำ เป็นคนขับ 1 คน และนั่งมาในรถกระบะ 4 ประตูยี่ห้อนิสสันสีดำ 6 คน ส่วนคนขี่รถ จยย.สวมเสื้อสีขาว สวมหมวกกันน็อก ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. และ คนซ้อนท้ายรถ จยย.สวมชุดฮีญาบสีดำ ถือปืนอาก้า ทำหน้าที่ยิงคุ้มกัน

นาทีก่อเหตุ

 

เวลา 18.46 น. วันที่ 22 ก.ค.69 คนร้ายเปิดฉาก ปาไปป์บอมบ์ ใส่หอสูงและบังเกอร์ พร้อมกับชายชุดดำในท้ายกระบะ ใช้อาวุธปืนยาวสาดกระสุนกว่า 100 นัด ส่งผลให้ทหารพรานล้มทั้งยืน เสียชีวิตรวม 5 นาย และชาวบ้านบาดเจ็บ 6 คน ในจำนวนนี้มี เยาวชนวัย 10 ขวบ รวมอยู่ด้วย

 

เวลา 18.47 น. วันที่ 22 ก.ค.69 คนร้ายชิงอาวุธปืนประจำกาย AK-47 ของกำลังพล 4 กระบอก , อาวุธปืน 11 มม. 1 กระบอก , เสื้อเกราะ 4 ตัว , โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง หลบหนีไป

 

สรุป คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุเพียง 1.30 นาที เรียกว่าวางแผนมาอย่างดี แผนการบรรลุตามเป้า!

 

จากนั้นเวลา 20.00 น. วันที่ 22 ก.ค.69 พบรถรถกระบะของคนร้ายถูกเผาทำลายหลักฐาน ในพื้นที่ บ้านไอร์เจี๊ยะ ม.5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รอยต่อระหว่าง อ.ศรีสาคร อ.ระแงะ และ อ.จะแนะ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 21 กม.

.

หลังเกิดเหตุ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ พ.อ.วิทยา สาริยา ผบ.ฉก.ทพ.45 ร่วมอำนวยการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดยพบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิด ของคนร้ายตกกระจายเกลื่อนถนน อาทิ ปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 อาก้า และ 11 มม. รวมกว่า 100 ปลอก

.

บังเกอร์ มีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายเป็นรูพรุนหลายจุด ขณะที่หอสูงเสียหายจากไปป์บอมบ์

วงจรปิดจับภาพคนร้ายใช้รถกระบะสีดำมาก่อเหตุ

 

กางแผนประทุษกรรมของคนร้าย

 

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้บริเวณจุดตรวจ พบว่ากลุ่มคนร้ายขับรถกระบะ มาตามเส้นทางตลาดตันหยงมัส โดยมีรถกระบะขับนำหน้า แล้วมีรถ จยย.คุ้มกัน ตามไล่หลังมา

 

เมื่อถึงหน้าจุดตรวจ พบเจ้าหน้าที่ทหารพราน 3 นาย ทำหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด คนร้ายได้ชะลอความเร็วรถกระบะ จากนั้นชุดดำ 6 คนที่นั่งท้ายกระบะ เปิดฉากใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 และ อาก้า ยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทหารจนล้มลง ก่อนยิงซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าทหารทั้ง 5 นาย ที่อยู่ในบังเกอร์อีก 2 นายเสียชีวิต

 

ในวงกลมสีแดง คนรถ จยย.ยิงคุ้มกันให้คนร้ายในรถกระบะ

 

ก่อนลงมารื้อค้นเอาอาวุธปืน อาก้าพับฐาน 4 กระบอก และอาวุธปืน ขนาด 11 มม. 1 กระบอก รวมทั้งสิ้น 5 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 4 ซอง เสื้อเกราะ 4 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง แล้วขึ้นรถกระบะหลบหนีไป

 

โดยคนร้ายชุดที่ 2 ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง ได้จอด รถ จยย. บนถนนแล้วช่วยกันใช้อาวุธปืน 11 มม.และ อาก้ายิงสาดไปตามทิศทางต่างๆ เพื่อคุ้มกัน เพื่อให้คนร้ายในรถกระบะปฏิบัติการจนแล้วเสร็จ ก่อนหลบหนีตามกันไป

 

กระทั่งเวลา 20.00 น. พบรถกระบะสีดำของคนร้ายถูกเพลิงไหม้ทั้งคัน ในพื้นที่ บ้านไอร์เจี๊ยะ ม.5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รอยต่อระหว่าง อ.ศรีสาคร อ.ระแงะ และ อ.จะแนะ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 21 กม. คาดว่าเป็นการเผาทำลายหลักฐาน

 

รูรั่วด้านกำลังพล สบโอกาสให้คนร้ายลงมือ

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในวันเกิดเหตุเหลือเจ้าหน้าที่ทหารพรานอยู่ประจำจุดตรวจเพียง 5 นาย จากทั้งหมด 8 นาย โดย 3 นาย อยู่ในช่วงลาพัก คาดว่ากลุ่มคนร้ายทราบความคลื่อนไหว จึงวางแผนอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวลงมือก่อเหตุ

 

ซากรถกระบะคนร้ายที่ถูกเผา

 

ทั้งนี้ กำลังพลในส่วนของ กอ.รมน. ก่อนหน้านี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก หรือ เสธ.ต๊อด เพิ่งชี้แจงตัวเลขกำลังพลที่ประจำการใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก่อนเกิดเหตุไม่นาน มีประมาณ 49,000 นาย อย่างไรก็ดียังไม่ปรากฏการชี้แจงว่ามีตัวเลขว่าให้ลาพักเท่าไหร่ ซึ่งตามระเบียบกองทัพ ลาพักได้ 25% ของกำลังพล

 

แต่ปัจจุบันมีการตั้งข้อสังเกตว่าปล่อยให้ลาเกินระเบียบกำหนดหรือไม่ เพื่อกินงบเบี้ยเลี้ยง อาหาร งบยังชีพ ทำให้กำลังพลเหลือน้อย แต่ปฏิบัติหน้าที่เท่าเดิม เช่น ด่านตรวจบูเก๊ะซามี ผลัดนี้ต้องมีกำลังพล 10-12 นาย (อย่างน้อย 1 หมู่) แม้ว่าข่าวจะอ้างว่ายอดกำลังพลที่ประจำจุดตรวจมีจำนวน 8 นาย แต่จริงๆ ต้องมากกว่านั้นแต่เมื่อขณะเกิดเหตุมี 5 นาย เพราะที่เหลือลา และหากกำลังพลอยู่เต็มอัตรา 10-12 นาย ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถต้านกลุ่มคนร้ายได้ ไม่เกิดความสูญเสียมากเท่านี้

 

หน่วยงานมั่นคงวิเคราะห์เป้าหมายการก่อเหตุข่มขวัญเจ้าหน้าที่

 

รายงานข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ระบุว่า จากการวิเคราะห์ คนร้ายมุ่งเป้าหมายข่มขวัญเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อให้เกิดความหวาดผวา และไม่กล้าตั้งด่าน เพื่อให้กลุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการทำงานได้ง่ายขึ้น รวมทั้ง ทำให้ชาวบ้านมองเจ้าหน้าที่ว่าเจ้าหน้าที่ไร้น้ำยา และหันไปเข้าพวกกับกลุ่มคนร้าย

ข่าวล่าสุด