ด้าน น.ส.แนน กล่าวว่า อีกทั้งในวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนเดินทางไปแจ้งความนั้น ทางพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ยังพูดจาไม่ดีกับตัวเอง และพยายามให้ไปตรวจร่างกายใหม่อีกครั้ง ซึ่งห่างจากเวลาเกิดเหตุมาหลายชั่วโมง ทั้งที่ไปตรวจมาแล้ว และเห็นว่าพยายามที่จะแก้ไขสำนวน ซึ่งก็เห็นด้วยที่ผู้บังคับบัญชาให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่นก่อน
น.ส.แนน กล่าวต่อว่า กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าตัวเองทะเลาะกับพี่สาวก่อนที่จะเดินทางไปหาคู่กรณีพร้อมกับนำโซจูไปเองด้วยนั้น ยอมรับว่ามีการทะเลาะกับพี่สาวจริง แต่ยืนยันว่าการไปพบผู้ถูกกล่าวหาเป็นการติดต่อพูดคุยเรื่องงาน รวมถึงตอนที่รับงานนี้ไม่ได้ขาดสติ
ส่วนเรื่องการติดต่อโรงแรมที่พักร่วมกับผู้ต้องหา ยังไม่ขอพูดถึงขอให้เป็นเรื่องในสำนวน ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการสร้างเรื่องแบล็คเมล์ มีหลักฐานทุกอย่าง และอยากบอกว่าถ้าไม่ได้ทำผิดจะโทรศัพท์ติดต่อมาหาพร้อมกับยื่นข้อเสนอเรื่องเงินเพื่ออะไร เพราะตัวเองไม่ได้อยากได้เงิน แค่อยากได้ความยุติธรรม และความถูกต้อง เอาความจริงเอาหลักฐานมาคุยกัน ตนเองก็มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่เหมือนกัน
ขณะที่ น.ส.เฟิร์น พี่สาว กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหาพยายามติดต่อน้องสาวให้รับงานแสดงมิวสิควิดีโอ ซึ่งตอนแรกไม่ได้คิดว่าทำไมผู้บริหารถึงมาติดต่องานเอง แต่ก็ได้เสนอประวัติ และผลงานของผู้เสียหายให้ และตกลงรับงานไป ส่วนกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าการออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ และ พาดพิงถึงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีของบรรพบุรุษจนทำให้ตระกูลได้รับความเสียหายนั้น ยืนยันว่า ที่มีการกล่าวอ้างถึงก็เพราะว่าที่ผ่านมาผู้ต้องหาพยายามใช้เครดิตของบรรพบุรุษของตัวเองมากล่าวอ้างตลอดว่ากำลังจะลงสมัครทางการเมือง
“การที่เขาออกมาเปิดหน้าท้าชน ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่แปลว่าเป็นสุภาพบุรุษ เพราะทุกวันนี้ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร” น.ส.เฟิร์น กล่าว
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนกองปราบได้รับหนังสือดังกล่าวก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป