ขณะเดียวกันพี่สาวผู้เสียหายเริ่มผิดสังเกตว่าน้องสาวขาดการติดต่อไป จึงออกตามหาโดยดูจากจีพีเอสในมือถือ จนพบสถานที่ที่น้องสาวถูกพาไป และรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย จึงออกไปตามหา เมื่อไปถึงพบคนขับรถของคู่กรณี แต่อีกฝ่ายกลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าเป็นเพียงรปภ.และไม่ให้เข้าไปภายในด้าน พี่สาวผู้เสียหายจึงได้แจ้งตำรวจให้ช่วยเข้าไปเคาะห้องพาตัวน้องสาวออกมา แต่ตำรวจไม่ทำให้ เนื่องจากรีสอร์ทดังกล่าวเป็นรีสอร์ทของนายตำรวจใหญ่ เกรงจะเป็นการบุกรุก
จนกระทั่งเวลาประมาณตี 2 ผู้เสียหายเริ่มได้สติ ติดต่อมาหาพี่สาว จึงบอกให้รีบออกจากรีสอร์ท และกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านผู้เสียหายก็สลบหมดสติจนเช้า และเมื่อตื่นไปอาบน้ำพบว่ามีสารคัดหลั่งลักษณะคล้ายอสุจิติดอยู่ จึงรีบไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แพทย์ก็ระบุว่าพบสารอสุจิในช่องคลอดจริง และยังพบตัวยานอนหลับชนิดหนึ่ง แต่ปริมาณน้อยมาก คาดว่าอาจเพราะมาตรวจร่างกายหลังผ่านเหตุการณ์ไปเกิน 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ในรายงานผลของแพทย์นิติเวช กลับไม่มีระบุว่าพบยานอนหลับดังกล่าว ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่
“หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้โทรศัพท์ไปสอบถามคู่กรณี เขาก็ยอมรับว่าชอบผู้เสียหาย และมีการแอบเอายาบางอย่างใส่ให้ผู้เสียหายกินจริง แต่จำไม่ได้ว่ายาอะไรบ้าง และห้ามไม่ให้ไปตรวจร่างกาย ได้แต่บอกว่าชอบ และก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ”