เนชั่นทีวี

ข่าว

กองปราบเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น ส่วน 2 บิ๊กโดน 7 ข้อหาหนัก

28 ก.ค. 2569 | titayu_pur

กองปราบเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น ส่วน 2 บิ๊กโดน 7 ข้อหาหนัก

กองปราบฯ เตรียมลุยแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหา คดีโกงสอบท้องถิ่นถึงในเรือนจำ ส่วน 2 บิ๊ก ถูกออกหมายเรียก รับ 7 ข้อหาหนัก 31 ก.ค.นี้

กองปราบฯ เตรียมลุยแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหา คดีโกงสอบท้องถิ่นถึงในเรือนจำ ส่วน 2 บิ๊ก ถูกออกหมายเรียก รับ 7 ข้อหาหนัก 31 ก.ค.นี้

KEY

POINTS

  • แจ้งข้อหาเพิ่มในคุก: กองปราบฯ เตรียมเข้าแจ้งข้อหา "สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ทุจริต" แก่ 3 ผู้ต้องหาหลักในเรือนจำ พร้อมจ่อเรียกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีก 11 รายรับข้อหาเดียวกัน
     
  • ออกหมายเรียก 2 บิ๊ก: ออกหมายเรียกตัวการระดับบิ๊ก นายธีรุตม์ อดีตอธิบดี สถ. และนายเรืองเดช ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว ที่พบความเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตสอบปีก่อน
     
  • โดนหนักรวม 7 ข้อหา: อดีตอธิบดีฯ และ ผอ.มศว ถูกแจ้งข้อหาร้ายแรง ทั้งปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, ปลอมเอกสารราชการ และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เส้นตายพบพนักงานสอบสวน 31 ก.ค.นี้

28 กรกฎาคม 2569 กองปราบ เร่งขยายผลคดี โกงสอบท้องถิ่น หลังพนักงานสอบสวน เตรียมบุกเรือนจำ แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาหลักในฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานทุจริต พร้อมเดินหน้าเอาผิดกลุ่มเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีก 11 ราย ที่ถูกตรวจค้นบริษัทฐานร่วมขบวนการ ทุจริตสอบท้องถิ่น เอื้อประโยชน์แก้ไขข้อมูลข้อสอบอย่างเป็นระบบ ล่าสุดมีการออก หมายเรียก อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว ให้เข้ารับทราบ 7 ข้อหาหนักอย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 31 ก.ค.ที่จะถึงนี้


ความคืบหน้ากรณี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ตำรวจกองปราบ ออกหมายเรียก 2 บิ๊ก ประกอบด้วย นายธีรุตม์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้มารับทราบข้อกล่าวหาหนัก รวม 7 ข้อหา หลังแนวทางสืบสวนพบว่า มีส่วนเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นในปีที่ผ่านมา โดยให้มาพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ภายในวันที่ 31 ก.ค. ที่จะถึงนี้นั้น

 

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ นำคณะพนักงานสอบสวน เดินทางไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหารวม 3 คน ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ในเรือนจำ คือ นายวิน หรือ ดร.วิน น.ส.ศตพร น้องสาว ดร.วิน และ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ในข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น


หลังจากที่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนกองปราบได้แจ้งไปแล้ว 3 ข้อหา ประกอบด้วย มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ 



ดร.วิน

น้องสาว ดร.วิน

จ่าพิชิต

ส่วนผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ ป.ป.ป. พบอยู่ที่บริษัทของ จ่าพิชิต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบ ทั้ง 11 ราย เบื้องต้นจะถูกเรียกมาแจ้งข้อหา ประกอบด้วย มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่ ,ซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และจะต้องถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยเช่นกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับข้อหาที่ นายธีรุตม์ และนายเรืองเดช จะถูกแจ้งรวม 7 ข้อหานั้น ประกอบด้วย  1.เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 2.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น 3.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ 4.ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 5.ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ

 

6.ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผย 7. ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172  ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 161, 162, 188, 265, 322 ประกอบมาตรา 83  และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(1) 



กองปราบเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น ส่วน 2 บิ๊กโดน 7 ข้อหาหนัก

ข่าวล่าสุด