• จำรัส พรหมมินทร์ ชาวเชียงรายได้สร้างห้องแสดงภาพขึ้นที่บ้านของตนเอง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กลุ่มศิลปินสร้างพื้นที่ทางศิลปะของตนเองขึ้นที่จังหวัดเชียงรายกันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
• "เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์" เป็นตัวอย่างศิลปินที่มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนาชุมชนและเมือง ในกรณีวัดร่องขุ่น เขาได้ใช้ศิลปะร่วมสมัยที่มีลักษณะเฉพาะของตนในการสร้างพุทธศิลป์ผ่านการบูรณะวัดร่องขุ่นที่เคยเป็นวัดประจำชุมชนบ้านเกิดของตนเอง เริ่มจากการบูรณะอุโบสถ(ปี 2540) แล้วขยายขอบเขตพื้นที่ออกไปอย่างกว้างขวาง จนปัจจุบันได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคนไทยที่สนใจในงานแบบพุทธศิลป์ สร้างทุนทางสังคมที่สามารถตอบสนองรสนิยมทางศิลปะและความศรัทธาของคนไทยได้เป็นอย่างดี ใช้การระดมทุนจากการขายผลงานผลิตซ้ำด้วยระบบการพิมพ์ของตัวศิลปินเอง สามารถนำเงินที่ได้มาใช้สร้างวัดอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีการวางแผนในการสืบทอดการก่อสร้างวัดร่องขุ่นไว้ถึงสามรุ่น ให้ทุนการศึกษาแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณวัดหรือผู้ยากไร้ ได้สร้างช่างฝีมือขึ้นมาจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก สืบทอดสกุลช่างศิลปะไทยในแบบเฉพาะตัว
• "ถวัลย์ ดัชนี" กรณีบ้านดำ ได้สร้างกลุ่มบ้านขึ้นที่ตำบลนางแล โดยมีบ้านที่ศิลปินได้สร้างขึ้นให้มีลักษณะเฉพาะซึ่งส่วนใหญ่จะมีสีดำ โดยในบ้านแต่ละหลังนั้นได้บรรจุผลงานศิลปะทั้งที่เกิดขึ้นจากการสะสมของตัวศิลปินเองและงานศิลปะที่ศิลปินสร้างขึ้นใหม่ มีเรื่องเล่าประกอบในแต่ละบ้าน ทำให้คนที่ศึกษาทางด้านศิลปะเข้าใจและซาบซึ้งในการใช้ชีวิตแบบศิลปินร่วมสมัย การรับนักท่องเที่ยวที่มาชมอย่างจำกัดจำนวน เน้นความสงบและให้รู้สึกถึงความเกรงขามของเจ้าของบ้าน บ้านดำได้กลายเป็นสถาบันทางสังคมที่รองรับการฝึกอบรมบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมและกลุ่มศิลปินในการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ให้ได้รับทุนการศึกษาหรือทุนอบรมทางด้านศิลปะ
• "สมลักษณ์ ปันติบุญ" บ้านศิลปินแห่งดอยดินแดงเป็นพื้นที่ให้การฝึกอบรมศิลปินที่ทำงานเครื่องปั้นดินเผา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีอาคารอังกฤษแกลลอรี่เป็นพื้นที่พำนักระยะยาวของศิลปินจากหลากหลายประเทศที่ต้องเข้ามาทำงานศิลปะในจังหวัดเชียงราย
• ชุมชนศิลปิน จากการดึงดูดศิลปินให้มาสร้างบ้านในชุมชน ในระยะตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา เช่นกรณีของตำบลนางแล มีศิลปินมาสร้างบ้านอยู่ในตำบลนี้จำนวน 7 คน แรงดึงดูดจากบ้านดำและบ้านดอยดินแดงที่ทำกิจกรรมสร้างศิลปะ สร้างวัดขึ้นมาด้วยการระดมทุนกันเอง จนทำให้เกิดชุมชนศิลปินมีการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือศิลปินด้วยกัน ในปี พ.ศ.2554 ได้เปิดบ้านศิลปินเชียงราย จำนวน 13 หลัง กระจายไปทั่วจังหวัด
• ขัวศิลปะ สิ่งหนึ่งที่บรรดาศิลปินรุ่นใหญ่ต้องการก็คือระบบสวัสดิการที่ช่วยเหลือศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินที่เดือดร้อนและที่ชราภาพ แต่เนื่องจากระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ เหล่าศิลปินจึงได้ประชุมกันและนำแนวคิดที่เสนอมาปรับปรุงและสร้างกองทุนขึ้นมาด้วยการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เรียกว่า ขัวศิลปะ อันเป็นพื้นที่บริเวณซึ่งประกอบด้วย ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก แกลอรี่ พื้นที่จัดการอบรมศิลปะต่างๆ เพื่อหารายได้และนำเงินเหล่านี้มาช่วยเหลือเหล่าศิลปินที่ต้องการความช่วยเหลือ