ปี พ.ศ.2565 - เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมานานมากแล้ว อีกทั้งช้างและคนก็ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจพาพ่อพลายเดินทางเข้ากรุงเทพฯตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ไม่วายถูกอำนาจที่มองไม่เห็นสกัดกั้นทุกวิถีทาง มาพักแรมกันที่บริเวณวัดเบญจมบพิตรเป็นเวลา 2 วัน โดยทางสำนักงานพระราชวังรับทราบและส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแล
ปัจจุบัน"พลายเอกชัย"มาพัก(ชั่วคราว) อยู่ที่บ้านเลขที่ 50 ม.3 ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยคหบดีผู้ใจบุญอนุญาตให้ใช้สถานที่ ต่อมาชมรมทำความดีเพื่อแผ่นดินได้ช่วยทำหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีและกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากรได้แต่งตั้งคณะกรรมการสมโภชช้างเพื่อรองรับ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งย้ำกระทรวงมหาดไทย
ฝ่ายกระทรวงมหาดไทย ได้ทำการแจ้ง ผวจ.สระบุรีว่าเรื่องนี้กระทรวงได้เริ่มกระบวนการมาตั้งแต่ปี 2561แล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอน "รอตรวจสอบคชลักษณ์" อีกทั้งให้เตือนเจ้าของช้างฯหยุดการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
วันที่ 8 ก.ค. 2566 ประธานอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา (นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป) พร้อมคณะทำงานฯลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเยี่ยมชมความสง่างามของพ่อพลายเอกชัย รวมทั้งหาทางช่วยเหลือ
วันที่ 2 สิงหาคม 2566 มีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งไม่ต่ำกว่า 6 คน บุกเข้าไปในศูนย์ปางช้างแก่งคอยด้วยท่าทีที่ไม่น่าไว้วางใจ จนทำให้พ่อพลายและผู้ดูแล ตลอดจนชาวบ้านที่มาเยี่ยมชมเกิดความตื่นตระหนก วิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และสื่อโซเชียลต่างพากันรายงานข่าวกันถี่ยิบด้วยความห่วงใย
ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้
1.ขณะนี้มีช้างสำคัญที่มีคชลักษณ์ครบถ้วนได้ปรากฏขึ้นแล้วเป็นเชือกแรกในรัชกาลปัจจุบัน ผู้เป็นเจ้าของตระหนักในหน้าที่ตามที่กฎหมายและประสงค์จะน้อมเกล้าฯถวายเป็นช้างสำคัญประจำพระองค์ แต่กลับประสบอุปสรรคปัญหามากมาย รวมทั้งถูกปองร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับภาพยนต์จีนกำลังภายใน
2.การดำเนินการของหน่วยราชการที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย มีความล่าช้าเป็นอย่างมากจนเวลาล่วงเลยมา 6 ปีแล้ว ทั้งยังมีพฤติการณ์ที่ส่อในทางมิชอบของเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม จนเกิดความวิตกห่วงใยกันอย่างมากในหมู่ประชาชนที่ติดตามและรับรู้เรื่องราว จึงควรที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องเข้าไปดูแลความปลอดภัยและเร่งรัดดำเนินการโดยมิชักช้า
3.สำหรับประชาชนผู้เป็นพสกนิกร ควรหาโอกาสแวะเวียนกันไปเยี่ยมพ่อพลาย ศึกษาเรียนรู้คชลักษณ์ช้างสำคัญได้ทุกวันที่ศูนย์ปางช้าง(ชั่วคราว) อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวมทั้งช่วยกันสวดมนต์ภาวนา ประชาสัมพันธ์และเป็นหูเป็นตา อย่าให้ใครมาคิดร้ายทำลายสมบัติของแผ่นดิน