นับเป็นปฏิบัติการที่สุดยอดด้านข่าวกรองของ CIA ที่ควานหาตัวซาวาฮีรีจนเจอ เพราะตั้งแต่เขาเข้าไปกบดานอยู่ในอัฟกานิสถาน เขาก็ไม่เคยออกจากเซฟเฮาส์เลย การใช้ R9X Hellfire ยังกลายเป็นวิธียอดนิยมของกองทัพสหรัฐฯ ในตอนนี้ หลังถูกพัฒนาในยุคของโอบามา เมื่อปี 2554 โดยมีพื้นฐานจากความวิตกเรื่องการสูญเสียชีวิตพลเรือนในระหว่างการใช้ปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนในตะวันออกกลาง ซึ่งต้องยกให้เป็นผลงานของ CIA กับกระทรวงกลาโหมที่ตัดสินใจซื้อจาก Lockheed Martin กับ Northrop Gumman ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ เพียงแต่ไมชัดว่า ตอนนี้ R9X เข้าไปอยู่ในคลังแสงของกระทรวงกลาโหมมากน้อยแค่ไหนแล้ว และยิ่งสมฉายา "ขีปนาวุธนินจา" เมื่อมันไม่ได้ถูกระบุในรายชื่อขีปนาวุธที่สั่งซื้อในงบประมาณปี 2022 เสียด้วย
New York Times รายงานว่า กองบัญชาการร่วมปฏิบัติการพิเศษ (Joint Special Operations Command) หรือ JSOC ได้ยืนยันว่า มีการใช้ R9X เพียง 2 ครั้ง คือในปี 2019 และ 2020 แต่ความจริงคือมีการใช้ไปกว่า 10 ครั้ง ในหลายโอกาส เพื่อกำจัดเป้าหมายที่ "เฉพาะเจาะจง" ส่วนการมีอยู่ของอาวุธชนิดนี้ ถูกเปิดเผยครั้้งแรกในรายงานของ Wall Street Journal เมื่อปี 2019 ตอนที่มันถูกใช้ "สังหารบุคคล" ที่ลิเบีย อิรัก เยเมน โซมาเลียและอัฟกานิสถาน ตอนนั้นมันถูกเรียกว่า "มีดหั่นสเต็กบิน" (flying Ginsu) ซึ่งเป็นชื่อแบรนด์ของมีดหั่นสเต็ก เพื่อลดการสูญเสียชีวิตพลเรือน รายงานระบุถึงความแม่นยำของ R9X ด้วยว่า กรณีที่เป้าหมายอยู่ในรถที่มีคนขับที่เป็นผู้บริสุทธิ์ มันก็จะกำจัดเพียงแค่เป้าหมายและไว้ชีวิตคนขับ
เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2021 R9X ถูกใช้ในการสังหารสมาชิกกลุ่ม IS ในอัฟกานิสถาน โดยยิงจากโดรน MQ-9 Reaper เพื่อตอบโต้การโจมตีสนามบินนานาชาติฮามิด คาไซ ที่ทำให้ทหารสหรัฐฯเสียชีวิต 13 นาย ส่วนการใช้งานเมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2017 ได้สังหารอาห์หมัด ฮาซาน อาบู คาอีร์ อัล-มาสรี ผู้บัญชาการหมายเลข 2 ของอัล ไกดา และใช้ในการกำจัดโมฮาบุลลาห์ ผู้นำตาลีบันในอัฟกานิสถาน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2019