ในส่วนของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยออกมาบอกว่านี่อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่เพโลซีจะเดินทางไปเยือนไต้หวัน เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอยู่ในช่วงตกต่ำ แต่ไบเดนก็ไม่มีสิทธิที่จะไปห้ามหรือสั่งเพโลซีได้ว่าจะให้ทำอะไร เนื่องจากเพโลซีเป็นประธานของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งไม่อยู่ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ การที่เธอจะไปไต้หวันหรือไม่ไปไต้หวัน อยู่ที่การตัดสินใจของเธอเพียงคนเดียว
ด้าน แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่าแม้แต่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ไม่รู้ว่าเพโลซีมีแผนจะทำอะไร แต่หากจีนพยายามจะสร้างวิกฤตหรือทำให้ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น ก็จะถือว่าจีนเป็นผู้ก่อเรื่อง สหรัฐฯ จึงกำลังจับตามองจีนอยู่ ว่าหากเพโลซีเดินทางเยือนไต้หวันจริง จีนจะปฏิบัติตัวด้วยความรับผิดชอบ และไม่ทำให้ความขัดแย้งรุนแรงไปมากกว่านี้
ด้านทำเนียบขาวเปิดเผยว่าจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความปลอดภัยของเพโลซีในระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้ และไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จีนจะต้องมีมาตรการใดๆ ตอบโต้ เพราะไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ จะเดินทางไปเยือนไต้หวัน