นายอรรถวิชช์ กล่าวด้วยว่า ไทยเป็นอันดับ 3 ของโลกในเรื่องเฮลธ์-เวลเนส รองจากสหรัฐอเมริกา และเกาหลี มีคนเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ผลประโยชน์ตกอยู่กับกิจการรายใหญ่-กลาง ขณะที่โฮมสเตย์-SMEs ไม่ได้อะไร ติดขัดข้อกฎหมาย เข้าพ.ร.บ.โรงแรมไม่ได้ ติดกฎหมายอาคารฯ ต้องออกกฎหมายโฮมสเตย์ขึ้นมาโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ กรณีนโยบายส่งเสริมรถยนต์อีวี แต่การจัดหารถเมล์อีวีของคมนาคมยังติดขัด การติดตั้งสถานีชาร์จอีวี ของกระทรวงพลังงาน ยังไม่เกิดอย่างกว้างขวาง หรือมองไปในอนาคตหลังการใช้งานรถอีวีครบอายุแล้ว เวลานี้มีโรงงานแค่ 4 โรงที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงาน ที่สามารถกำจัดซากรถยนต์อีวีได้ จะส่งเสริมอีวีต้องทำให้ครบทั้งวงจร
"เศรษฐกิจไทยจะก้าวผ่านวิกฤตไปได้ ภาครัฐและระบบราชการต้องเปลี่ยนกรอบปรับมุมคิดระบบราชการต้องมองภาคเอกชนเป็นหุ้นส่วน เปลี่ยนบทบาทจากการกำกับดูแลเป็นการส่งเสริม หรือโค้ชชิ่งภาคเอกชนไปแข่งขันกับโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันให้ได้" นายอรรถวิชช์ กล่าว