"วันนี้ น่าจะมีการท่องเที่ยวอีกแบบ แบบที่ 3 คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แบบ Medical & Wellness ซึ่งคาดการณ์ว่าอีก 3 ปีข้างหน้าตัวเลขการท่องเที่ยว Wellness & Medical Tourism ทั่วโลกประมาณ 7 ล้านล้านเหรียญ ถ้าคิดตัวเลขเงินไทยตอนเงินบาทอ่อน 37 บาทต่อดอลลาร์ คูณจะได้ประมาณ 250 ล้านล้านบาท สมมุติเราขอแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 2.5 ล้านล้านก็จะได้เท่ากับการท่องเที่ยวปัจจุบันของเราเลย เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดการท่องเที่ยวในเชิง Wellness & Medical Tourism ถือว่าเป็นโครงสร้างใหม่ทางเศรษฐกิจที่อยู่บนจุดแข็ง ที่น่าสนใจเพราะ Wellness & Medical Tourism ต้องมีพื้นฐานที่สำคัญ 2 อย่าง คือ 1.ต้องมีสาธารณสุขที่เข้มแข็ง 2.ต้องมีระบบการท่องเที่ยวพื้นฐานที่เข้มแข็ง ซึ่งเรามีทั้งสองอย่างถึงแม้ว่าเราจะเจ็บป่วยและมีวิกฤติกัน 2 ปี แต่ต้องยอมรับว่าเราได้รับคำชมเชย จากนานาชาติ ระดับหนึ่งว่าประเทศไทยสาธารณสุขทางการแพทย์เข้มแข็ง และนั่นคือ โอกาส และเราเหมือนได้ Certificates บอกว่าเมืองไทยการแพทย์เราเข้มแข็งและก่อนโควิดจะมาTourism เราก็มี Certificates อยู่แล้วว่าเราเข้มแข็ง แล้วทำไม เราไม่เอา Medical มาบวกกับ Tourism แล้วมาทำให้เป็น Medical & Wellness คือ การเอาการแพทย์ที่อยู่ในตึกเอาการแพทย์ที่รักษาเราเจ็บป่วยมาเป็นการแพทย์แบบpreventive Maintenance มาอยู่ตามเมืองท่องเที่ยว การบำรุงรักษาสุขภาพ มาสร้าง Wellness ให้ร่างกายแข็งแรง คือ เราเอาจุดแข็งทั้งสองอย่างมาเป็น Product อันที่ 3 ของการท่องเที่ยวของประเทศ แล้วตั้งเป้า ว่าตลาดท่องเที่ยวทั่วไปได้เท่าไหร่ ตลาด mice ได้เท่าไหร่ และ Medical & Wellness ได้เท่าไหร่ แล้วเอา 3 ตัวมาร่วมกัน ผมว่าไม่ใช่ 20 % ของ GDP อาจจะขึ้น 30-40% ของGDP"
โดยเฉพาะเราเป็นประเทศสมาชิกเอเชียแปซิฟิก และสิ้นปีนี้ก็จะมาประชุมที่ประเทศไทย ถ้าเราใช้เวทีที่รัฐบาลได้เป็นเจ้าภาพ ให้ประเทศเพื่อนบ้าน ได้เห็นธุรกิจทางด้าน Medical & Wellness จะเป็นโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจไทย และนำรายได้เข้าประเทศ
นายสุวัจน์ กล่าวว่า "เรามีหลายที่อย่าง ภูเก็ต สมุย เขาใหญ่ โอโซนวังน้ำเขียว เชียงใหม่ เราไม่ใช่แค่มีจุดเข้มแข็งทางการแพทย์ เรามีจุดแข็งมีโลเคชั่น และมีโลจิสติกส์ ที่รองรับให้เกิดสิ่งนี้ ทำอย่างไร ให้เราเกิดมี Creative Economy นำจุดแข็งมาร่วมกัน และนำมาบริหารจัดการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องลงทุนใหม่ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เรามีมรดกบรรพบุรุษมอบไว้ให้อยู่แล้ว วัฒนธรรม และ Soft Power ทะเลความสวยงาม ธรรมชาติก็มีอยู่แล้ว ความเป็นประเทศท่องเที่ยว รอยยิ้มของคนไทยก็มีอยู่แล้ว ลงทุนก็ไม่เยอะเพียงแค่ ใช้การบริหารและจัดการ"
"นายสุวัจน์" กล่าวว่า Wellness & Medical Tourism จะทำให้เกิดการสร้างผู้ประกอบการใหม่ๆ หรือธุรกิจ เอสเอ็มอีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในระบบ Medical & Wellness อีกเยอะและเป็นโอกาสในการขยายไปตามหัวเมืองต่างๆ ที่มีพื้นฐานในด้านเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะเมืองหัวหิน เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในสายตาชาวโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยศักยภาพและความพร้อมที่สามารถพัฒนาสู่การเป็น "ไทยแลนด์ริเวียร่า" แหล่งท่องเที่ยวและที่พักตากอากาศริมฝั่งทะเลที่มีความหรูหรา มีคุณภาพ และมีความหลากหลายระดับเวิลด์คลาสเช่นเดียวกับริเวียร่า แหล่งท่องเที่ยวตอนใต้ของฝรั่งเศสเพราะหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ การกีฬา และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งกำลังเป็นเมกะเทรนด์ทั่วโลกอยู่ในขณะนี้
การเปิดตัว" เชวาลา เวลเนส หัวหิน" ถือเป็นการนำเสนอภาพใหม่ เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นเมือง Wellness ของโลก และหัวหินเป็นเมือง Wellness อย่างแท้จริง พร้อมตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถยกระดับการท่องเที่ยวในเมืองหัวหินสู่ระดับนานาชาติ ส่งผลถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต" นายสุวัจน์ กล่าว