svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"สุวัจน์"ประกาศคัมแบ็คโคราชย้ำทุกนโยบายพร้อมรับใช้ปชช.

30 กรกฎาคม 2565
1.6 k

"สุวัจน์"ยันสูตรไหนพรรคชาติพัฒนาพร้อมน้อมรับ ย้ำให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชาดวิธีคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ประกาศขอคัมแบ็คโคราช ลั่นพร้อมรับใช้ประชาชน

30 กรกฎาคม 2565 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค และอดีตรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคชาติพัฒนา พื้นที่ฐานเสียงสำคัญ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพรรคชาติพัฒนา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 นายไกรฤกษ์ เสียนขุนทด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่อ.ด่านขุนทด ได้ร่วมกันกราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่พี่น้องประชาชน ปู่ย่าตายายและชาวไทยเคารพนับถือกราบไหว้ขอพรเป็นสิริมงคลและขอพรบารมีให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา โดยเฉพาะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมีขึ้นในปี2566

 

โดย นายสุวัจน์ กล่าวถึงความร้อนแรงทางการเมืองพร้อมกับวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวการนับจำนวนสูตร หาร 100 หาร 500 ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ก็เป็นแต่เพียงผ่านวาระ 2 ไป ฉะนั้นความชัดเจนคงจะต้องดูในวาระที่ 3 ว่ารัฐสภาจะลงความเห็นอย่างไร แล้วก็สุดท้ายก็ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าผลของรัฐสภา ไม่ว่าจะลงมาชี้ว่าหาร 500 หรือ หาร 100 

ส่วนจุดยืนของพรรคชาติพัฒนา ไม่ว่าหาร 500 หาร 100 บัตรใบเดียว หรือบัตรสองใบ ซึ่งคิดว่าวันนี้ (30ก.ค.) ก็ต้องยึดหลักรัฐธรรมนูญ ว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอย่างไร อย่างถ้าเกิดบอกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญไป เพื่อให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็ควรจะต้องเป็นอย่างนั้น ฉะนั้น จุดยืนพรรคชาติพัฒนาก็ต้องเป็นอย่างนั้น ส่วนกฎหมายลูกก็ต้องมี อะไรที่ไม่ไปขัดแย้งกับกฎหมายหลัก กฎหมายแม่ก็คือรัฐธรรมนูญ 

 

"ผมคิดว่าวันนี้ก็เข้าใจการเมือง บางทีก็กังวลว่าสมมุติหาร 500 ใครจะได้เปรียบ หาร 100 ใครจะได้เปรียบเสียเปรียบ วันนี้ถ้าเกิดเรามองเอาให้กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ อยู่ในกรอบและมีความถูกต้องภายใต้รัฐธรรมนูญ เราอย่างพึ่งไปมองว่าใครได้เปรียบ เสียเปรียบ เอาให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ประชาชน ให้ประเทศชาติได้เปรียบ ให้ประชาชนได้เปรียบ เราได้เปรียบหรือเสียเปรียบไม่เป็นไรก็เหมือนกับนักกีฬา เมื่อมีกติกาแล้วออกมาอย่างไรแล้วเป็นกติกาที่ถูกต้อง" นายสุวัจน์ กล่าว 

 

ทั้งนี้ ถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญประทับตรามาแล้วว่า กติกานี้ถูกต้องก็เป็นเรื่องของพรรคการเมืองในฐานะผู้เล่นก็ต้องไปปรับวิธีการเล่นให้สอดคล้อง แล้วแพ้ชนะประชาชนก็ตัดสิน แต่ทุกอย่างประโยชน์ต้องเกิดจากส่วนรวม ต้องเกิดจากประชาชนภายใต้กฎเกณฑ์ที่คิดว่าอะไรถูกต้อง ฉะนั้นอยากให้ทุกคนสบายใจไม่ต้องกังวลว่าใครได้เปรียบ เสียเปรียบ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างไรแล้ว เชื่อว่าก็ต้องยอมรับกัน

ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังเสร็จการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามา ก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้คงจะอยู่ในดุลพินิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะปรับหรือไม่ เพราะว่าเวลาก็เหลือ 7-8 เดือน ซึ่งคงตอบแทนไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าอยากจะเห็นวันนี้ (30ก.ค.) ก็ถือว่ารัฐบาลก็ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถือว่าได้รับความเห็นชอบจากสภา ว่าทำงานต่อไปได้ ฉะนั้น ทำให้แรงกดดันทางการเมืองก็ค่อนข้างที่จะเบาลง 

 

"ฉะนั้น รัฐบาลก็มีสมาธิ มีความคิด มีอะไรที่ปลอดโปร่งมากขึ้น มีเวลาที่จะทำงานมากขึ้น เวลาที่เหลืออยู่ 7-8 เดือน มีความหมายกับประเทศ ก็อยากให้ใช้โอกาสนี้ในความปลอดโปร่งทางการเมืองที่บรรยากาศดีขึ้นนี้ ทำงานในเชิงรุก เข้าไปแก้ไขปัญหาที่ขณะนี้กำลังเกิด ถ้าถามประชาชนทั่วๆ ไประดับรากหญ้าหรือไปตามตลาดทุกแห่งส่วนใหญ่จะบ่นเรื่องของแพง น้ำมันแพง สินค้าอุปโภคบริโภคแพง ก๊าซแพง ค่าไฟฟ้าแพง ทุกอย่างแพงไปหมดรวมทั้งเงินเฟ้อด้วย คิดว่าอยากให้รัฐบาลใช้เวลาที่เหลือ ให้เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนก็ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็ฝากไว้ ผมไปเจอพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็จะฝากมาบอกว่า อยากให้ช่วยดูแลเรื่องของแพงมากๆ" นายสุวัจน์ ระบุ

 

ส่วนกรณีที่ "อุ๊งอิ๊งค์" เตรียมลงพื้นที่ขนทัพใหญ่จะแลนด์สไลด์โดยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครที่ จ.นครราชสีมาในเดือนส.ค. คิดว่าเรื่องนี้ก็ได้เวลา เพราะทุกคนก็คงจะเห็นปฏิทินการเมือง ปฏิทินการเลือกตั้งที่ชัดเจนแล้วว่า สมมุติถ้ารัฐบาลอยู่ครบก็ประมาณเดือนมี.ค. 2566 ฉะนั้น ทุกคนก็ต้องเตรียมตัว ทุกพรรคก็ต้องเตรียมตัว ความเคลื่อนไหวทางการเมืองตอนนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่น่าจะมีอะไร เพราะทุกคนก็ต้องคาดหวังกัน

 

ส่วนมาถึงวันนี้แล้วอีกไม่กี่เดือนพรรคชาติพัฒนามีความพร้อม ตนก็มั่นใจ อยากให้พรรคชาติพัฒนาได้คัมแบ๊ก คัมแบ๊กจริงๆ เพื่อที่จะมาทำให้ให้กับชาวโคราชและมาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพราะจริงๆ ตอนนี้เป็นห่วงมากๆ เรื่องเศรษฐกิจ เพราะผลกระทบตรงนี้เยอะมาก ไม่ใช่เกิดขึ้นที่เฉพาะประเทศ มันเหมือนกับเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นเกือบทั่วโลก ผลกระทบจากโควิด จากภาวะสงคราม จากเงินเฟ้อ ฉะนั้นแต่ละประเทศก็ต้องขวนขวายในการที่จะหามาตรการที่เหมาะสมมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งในส่วนนี้คิดว่าเมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ใครจะเป็นผู้ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนก็ยังไม่ทราบ แต่ภารกิจสำคัญคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

 

"พรรคเรามีความพร้อม เรามีความมั่นใจ เพราะว่าเราได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ยุคสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น เรามีความเชื่อมั่นว่า เรามีบุคลากร มีนโยบายที่พร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนว่าจะได้ให้โอกาสเรามากน้อยเพียงใด เราก็จะทำให้ดีสุด" ประธานพรรค ระบุ 

 

ส่วน จ.นครราชสีมา 16 เขตจะคัมแบ๊กทุกเขตหรือไม่นั้น ส่วนตัวก็อยากให้เป็นอย่างนั้น ซึ่งพรรคก็พยายาม อย่าง จ.นครราชสีมา หรือ โคราช ที่จะหาผู้สมัครที่ดีที่สุด และที่โคราชก็คงจะส่งครบทุกเขตแต่จะได้กี่เขตอย่างไรนั้น ก็ต้องแล้วแต่ประชาชน ส่วนจะขอเกินครึ่งของทุกเขตของโคราชนั้น ก็แล้วแต่ประชาชน ยิ่งได้เยอะ ก็มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้เยอะ