ยูเครนส่งโดรนถล่มเรืออิหร่านดับ 1 เตหะรานเดือดเรียกทูตพบด่วน
26 ก.ค. 2569 | apirak_pra

อิหร่านสั่งเรียกทูตยูเครนเข้าพบด่วน ประณามเหตุส่งโดรนโจมตีเรือสินค้าในทะเลแคสเปียน สังหารลูกเรือดับ 1 ราย ขณะที่สหรัฐฯ สั่งระงับการโจมตีทางอากาศชั่วคราว
ข่าว
26 ก.ค. 2569 | apirak_pra

อิหร่านสั่งเรียกทูตยูเครนเข้าพบด่วน ประณามเหตุส่งโดรนโจมตีเรือสินค้าในทะเลแคสเปียน สังหารลูกเรือดับ 1 ราย ขณะที่สหรัฐฯ สั่งระงับการโจมตีทางอากาศชั่วคราว
KEY
POINTS
สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคขยายวงกว้างไปสู่พื้นที่ใหม่ ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง พร้อมยื่นหนังสือเรียกอุปทูตยูเครนประจำกรุงเตหะรานเข้าพบอย่างเป็นทางการ หลังจากกองทัพยูเครนเปิดฉากส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในพื้นที่ ทะเลแคสเปียน ส่งผลให้เกิดเหตุระเบิด มีลูกเรือชาวอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ถือเป็นครั้งแรกที่การกระทบกระทั่งระหว่างสองชาติติดอาวุธเกิดขึ้นในน่านน้ำดังกล่าว
ทางการยูเครน โดยประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบระบุว่า กองทัพยูเครนมีเป้าหมายโจมตีเรือรบและเรือขนส่งยุทธปัจจัยของรัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางทหารแก่ประเทศอิหร่าน พร้อมกล่าวหาว่ารัสเซียกำลังให้ความช่วยเหลืออิหร่านด้วยการแบ่งปันภาพถ่ายดาวเทียมเกี่ยวกับฐานทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ต่อสายตรงหาผู้นำนโยบายการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ออกมาประณามพฤติกรรม "รุกรานและเป็นอาชญากรรม" ของยูเครนในครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน สื่อใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง The New York Times และ Axios รายงานตรงกันว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ชะลอและระงับการเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายในอิหร่าน หลังจากที่เปิดฉากปูพรมถล่มติดต่อกันนานถึง 13 คืนรวด ส่งผลให้คืนวันศุกร์ที่ผ่านมากลายเป็นคืนแรกที่ไม่มีเสียงระเบิดจากการโจมตีของอเมริกันในดินแดนอิหร่าน
รายงานระบุว่า การตัดสินใจระงับการโจมตีชั่วคราวของทรัมป์ เกิดขึ้นหลังจากการประชุมร่วมกับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอน เนื่องจากความกังวลว่าการยกระดับสงครามที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบให้ คลังขีปนาวุธนำวิถีแพทริออต (Patriot Interceptors) และกระสุนป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางลดลงจนอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง รวมถึงเป็นการเปิดช่องว่างให้กระบวนการทางการทูตได้ทำงานอีกครั้ง ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังคงเตรียมพร้อมแผนปฏิบัติการทางทหารระลอกใหญ่ไว้หากการเจรจาล้มเหลว