"สุวัจน์"ชี้ศึกซักฟอกท่ามกลางวิกฤตข้าวของแพง-ปัญหาเศรษฐกิจ GDP ที่ถดถอย ฟันธงผ่านฉลุย ส่วนจะนำไปสู่การปรับ ครม. หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการชี้แจง เหน็บ"งูเห่า"เลื้อยมากับสถานการณ์ เชื่อรัฐบาลเสถียรภาพปี้ ชี้ "บิ๊กตู่"เป็นนายกฯมา 7-8 ปี เข้าใจหมดทุกเรื่อง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

24 มิถุนายน 2565 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนตัวมองในแง่เสถีรพภาพของรัฐบาล จะตัดสินอะไรกันในสภาฯ ก็จะใช้เสียงข้างมากเป็นสิ่งที่ตัดสินในสิ่งๆนั้น ตัดสินญัตติ กฎหมาย ซึ่งขณะนี้จำนวนเสียงของรัฐบาลค่อนข้างที่จะมีเสถียรภาพ ดูจากกฎหมายงบประมาณที่ผ่านไป ซึ่งแรกๆ ก่อนที่จะพิจารณากฎหมายงบประมาณ ก็กังวลกันว่างบประมาณจะเป็นอย่างไร

 

"สุวัจน์"ฟันธงเสถียรภาพรัฐบาลยังปึ้กมั่นใจผ่านศึกซักฟอกฉลุย

 

ทั้งนี้ แต่ในที่สุดทุกคนก็เห็นประโยชน์ของประเทศและให้ความร่วมมือ รัฐบาลก็ผ่านเรื่องงบประมาณมาได้ ด้วยเสียงที่มีค่อนข้างที่จะบ่งบอกถึงเสถียรภาพของรัฐบาล และจากวันที่งบประมาณมาจนถึงวันนี้ (24มิ.ย.) ดูแล้วยังไม่ได้มีอะไรที่จะดูเหมือนว่าทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลลดน้อยลงไปในเรื่องของเสียงที่จะยกมือ แต่เรื่องของการอภิปายไม่ไว้วางใจนอกจากเรื่องเสถียรภาพแล้ว บางทีมันก็เป็นเรื่องข้อเท็จจริง เป็นเรื่องเหตุและผล เพราะฝ่ายค้านเขาทำหน้าที่ตรวจสอบ

 

"ฉะนั้นประเด็นอะไรที่ฝ่ายค้านจะหยิบมาพูดวันนี้เรายังไม่เห็น แต่ว่าวันอภิปรายฯบางทีเรามักจะใช้สำนวนว่า มีใบเสร็จ หมายความว่า ชัดเจน ว่ามีความบกพร่องเรื่องนี้ ฉะนั้นถ้ามีความชัดเจนขึ้นมามันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว แต่ว่าโดยเสถียรภาพของรัฐบาลตนว่าพื้นฐานนี้ยังถือว่าโอเค แต่ว่าคงจะตอบอะไรวันนี้ไม่ได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระ เหตุผล และความหนักแน่นของประเด็นในการอภิปราย" นายสุวัจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตอนมองว่าการอภิปรายเที่ยวนี้มีความสำคัญ เพราะว่าเป็นการอภิปรายที่อยู่บนท่ามกลางวิกฤติเป็นครั้งแรกที่เหมือนกับเป็นการอภิปรายท่ามกลางข้าวของแพง น้ำมันแพง ท่ามกลางหนี้เยอะๆ ท่ามกลางเงินเฟ้อ ท่ามกลางปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ท่ามกลาง GDP ที่ถดถอย จึงเป็นการอภิปรายอยู่บนพื้นฐานของปัญหาที่มันกำลังเกิด ฉะนั้น จะเป็นการอภิปรายที่เชื่อว่าอยู่ในความสนใจกันมาก และที่สำคัญเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายของสภาชุดนี้ เพราะอยู่กันจะครบ 4 ปี ถ้าอภิปรายฯครั้งนี้จบ แล้วในสภาชุดนี้ไม่มีอภิปรายอีกแล้ว ก็ต้องไปรอเลือกตั้งใหม่มีสภาชุดใหม่

 

"สุวัจน์"ฟันธงเสถียรภาพรัฐบาลยังปึ้กมั่นใจผ่านศึกซักฟอกฉลุย

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ด้วยสองเหตุผลนี้เป็นการอภิปรายอยู่ท่ามกลางวิกฤติแล้วก็เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย ตนเชื่อว่าจะต้องเป็นการอภิปรายที่ถือว่าต้องติดตามและก็อย่าประมาท ผู้ที่ถูกอภิปรายครั้งนี้ก็ต้องทำการบ้านให้พร้อม เพราะว่าถ้าเป็นเทนนิสเที่ยวนี้ก็ คือ ศึกแกรนด์สแลม เป็นศึกใหญ่ และควรจะได้ประโยชน์จากการอภิปราย เพราะเป็นการอภิปรายท่ามกลางปัญหาของประเทศ ฉะนั้นคนที่เขาทำงานเขาจะได้มีโอกาสที่จะบอกว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง เช่น รัฐบาลจะได้มีโอกาสบอกเลย เรื่องน้ำมันทำอะไร สินค้าทำอะไร โควิดทำอะไร รัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะบอก

 

 

 

 

ทั้งนี้ แต่ขณะเดียวกันบางเรื่องที่ยังไม่ได้ทำหรือบางเรื่องที่ทำไม่ดี ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะบอก ฉะนั้น ทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อมูล รัฐบาลก็จะบอกสิ่งที่ตนเองทำ ฝ่ายค้านก็ได้บอกในสิ่งที่เห็นว่ายังไม่ได้ทำหรือทำไม่ดี ฉะนั้นรัฐบาลก็สามารถที่จะมีข้อมูลจากฝ่ายค้านและอาจจะมีมุมดีๆอะไรก็ได้มาแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง มีมุมดีๆอะไรก็ได้มากระตุ้นเศรษฐกิจและมาช่วยเรื่องการท่องเที่ยว ช่วยการลงทุนจากการอภิปรายในสภา ฝ่ายค้านเองก็มีมุมดีให้รู้ว่ารัฐบาลเขาทำอย่างนี้ในสิ่งนี้ที่เป็นประโยชน์ ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสที่จะได้คำตอบด้วยกันทั้งคู่

 

"ถึงแม้ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะคนฟัง คือ พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ที่สุด จะได้เข้าใจว่าที่ผ่านมาบ้านเมืองเรามีปัญหากันอย่างไร รัฐบาลทำงานกันอย่างไร รัฐบาลมีผลงานอย่างไร เหลืออะไรที่มันทำไม่ครบถ้วน หรืออะไรที่ไม่ควรทำก็แล้วแต่ ฉะนั้น ก็ยกมือกันก็แล้วแต่ผลของการยกมือ แต่ในเรื่องของการอภิปรายโดยปกติไม่ได้จบแค่ยกมือในสภา มันจะมีผลหลังจากการอภิปรายก็คือ ความรู้สึกนึกคิดของสังคม ของคนนอกสภาเมื่อฟังการอภิปรายแล้ว คือ พี่น้องประชนชนแล้วอาจจะต่อเนื่องไปถึงการเลือกตั้งด้วย" ประธานพรรคชาติพัฒนา กล่าว 

 

ขณะเดียวกัน เชื่อว่าจะเป็นการอภิปรายที่มีผู้คนติดตามกันมาก แต่ก็ต้องทำการบ้านกันเต็มที่ ต้องอย่าประมาท รัฐบาลเองก็ต้องดูแลเรื่องเสถียรภาพให้พร้อม และดูแลเรื่องคำตอบให้ชัดเจน ฝ่ายค้านก็ต้องทำการบ้านเต็มที่ แต่จะอย่าไรก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเป็นกลไกที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ทุกคนทำตามหน้าที่กันตามรัฐธรรมนูญ ตนเองก็ขอเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

 

"สุวัจน์"ฟันธงเสถียรภาพรัฐบาลยังปึ้กมั่นใจผ่านศึกซักฟอกฉลุย

 

ส่วนที่พรรครัฐบาลมีการตั้งทีมองค์รักษ์พิทักษ์ปรามมาร โดยกลุ่ม ส.ส.หน้าใหม่นั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า คงจะเป็นเหมือนกับทีมที่คอยชี้แจงก็เหมือนกับเป็นเทคนิคขอเกม เทคนิคของการอภิปราย ตนว่าก็ไม่ซีเรียสอะไร เป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว ทีมฝ่ายค้านก็ต้องมีทีมอย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องมีทีมอย่างนี้ ก็เป็นกลไกอย่างหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

ส่วนจะมีการปรับ ครม.หลังอภิปรายหรือไม่นั้น คิดว่าถ้าผลของการอภิปรายมีน้ำหนักและมีความน่าเชื่อถือ ก็อาจจะนำไปสู่การปรับ ครม. บางทียกไม้ยกมือกัน ก็มีมารยาททางการเมือง แต่บางทีก็ต้องพูดกันตรงๆว่า การอภิปรายมันมีน้ำหนัก มันมีเหตุมีผล บางทีก็ต้องเสียสละกันบ้าง ฉะนั้นบางทีการอภิปรายก็อาจจะนำไปสู่เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างได้ ซึ่งก็เคยมีมาแล้วตลอด แต่ยังไม่ทราบว่าหลังการอภิปรายครั้งนี้ จะมีอะไรบ้างตนไม่ทราบ แต่ว่าถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องปกติ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะคว่ำหวอดการเมืองถ้าจบการอภิปรายฯแล้วรัฐบาลก็อยู่ครบ 4 ปีเต็มเลยนั้น เมื่อไม่มีศึกหนักแล้ว แกรนด์สแลม ผ่านพ้นไปแล้ว ก็ดูเรื่องการเป็นเจ้าภาพเอเปคให้ดีที่สุด เพราะเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ยิ่งเวลาที่มีวิกฤติโควิด แล้วตอนนี้ดูแลสถานการณ์ได้ดีระดับหนึ่ง เริ่มคลี่คลาย เริ่มเปิดประเทศ เริ่มลดหย่อนมาตรการต่างๆ ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมา การที่ไทยจัดประชุมเอเปคกับผู้นำระดับโลก ที่เป็นผู้ดูแลนโยบายเศรษฐกิจแต่ละประเทศเขามารวมกันอยู่ประเทศไทย

 

"อันนี้มันยิ่งใหญ่มากๆ เป็นโอกาสทองในการที่จะให้เขาเห็นโอกาสการลงทุน โอกาสการท่องเที่ยวให้เขามีความมั่นใจกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้น การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้มีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่แค่กระตุ้น ฟื้นฟูเลย ถ้าสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับเขา เมื่อเห็นสภาพข้อเท็จจริงและบรรยากาศการเมืองบ้านเราราบรื่น และเห็นบรรยากาศต่างๆของเมืองไทยและมีคามมั่นใจมาลงทุน มาท่องเที่ยว อันนี้คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นโอกาสทองท่ามกลางวิกฤติมีโอกาสแล้วโอกาสเที่ยวนี้เมื่อโควิดคลี่คลายการจะเป็นเจ้าภาพเอเปคตนว่าเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ให้ทุกประเทศที่มาประชุมประทับใจและเชื่อมั่นกับเมืองไทย"นายสุวัจน์ ระบุ

 

ต่อข้อถามว่า วันลงมติอภิปรายครั้งสุดท้ายของสภาจะมีงูเห่าหรือไม่ นายสุวัจน์ ตอบว่า งูเห่ามักจะปรากฎ แต่ตอนนี้ยังไม่ค่อยปรากฏตัว งูเห่าก็ต้องมากับสถานการณ์ แต่ตนไม่ทราบว่าจะมีหรือไม่มี ประเมินไม่ได้ ตนว่าพื้นๆ ก็เอากันด้วยเนื้อหาก่อนดีกว่า ขอให้เนื้อหาตอบได้ ชี้แจงได้ ถ้าสองอย่างนี้ตอบได้ พื้นฐานของเสถียรภาพของรัฐบาลเพียงพอ ไม่ต้องไปพึ่งอะไรนอกระบบ ทุกอย่างเอามากองบนโต๊ะ ใสสะอาด ดีที่สุด ตอบคำถามด้วยความภาคภูมิใจ ด้วยมาตรการ ด้วยประสิทธิภาพ ด้วยผลงาน ตนว่าเอากันแบบโดยเนื้อๆที่มีอยู่ คิดว่าเสียงดูจากงบประมาณแล้วก็ยังโอเค ยังไม่มีโรคแทรกอะไรที่น่าหวั่นไหว แต่สำคัญที่สุดทำการบ้านในการชี้แจง ในการทำความเข้าใจ รัฐบาลก็อาจจะถือโอกาสนี้เป็นการแสดงออกถึงผลงานที่ทำ ฝ่ายค้านก็แสดงออกถึงผลงานของการตรวจสอบแล้วจะต้องมีอะไรดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศจากข้อเสนอแนะของบนเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างนี้ถือว่าสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

 

ส่วนกรณีหลายฝ่ายจับตาการอภิปรายโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามสไตล์จะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ดุดัน ตึงเครียด นายสุวัจน์ ตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะ 8 ปีแล้ว คนที่เป็นนายกฯมา 7-8 ปี ตนว่าเข้าใจหมดทุกเรื่อง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง