นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของบริษัทฯ กล่าวว่า ตามที่ รฟม. เปิดรับซองข้อเสนอเอกชนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในวันนี้ บริษัทฯ และพันธมิตรไม่ได้เข้าร่วมยื่นข้อเสนอดังกล่าว เพราะหลังจากศึกษารายละเอียด TOR และ RFP ฉบับใหม่ พบว่า มีการกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขแตกต่างไปจากเดิมและเป็นเงื่อนไขที่มีข้อกำหนดด้านคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่กีดกันการแข่งขัน ทำให้เอกชนที่เคยมีคุณสมบัติและสามารถเข้าประมูลได้ในครั้งที่ผ่านมา กลับไม่สามารถเข้าประมูลในครั้งนี้ได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจถือได้ว่า มีเจตนากีดกันบริษัทฯ และพันธมิตรไม่ให้มีโอกาสเข้าแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และยังอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดจนอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ตลอดจนขัดต่อวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งทางเราเชื่อว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี และคำพิพากษาศาลปกครอง รวมถึงพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยื่นคำฟ้องและคำร้องขอทุเลาการบังคับฯ ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้พิจารณาและยกเลิก TOR และ RFP ของการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบใหม่นี้ พร้อมทั้งขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งห้ามไม่ให้นำ TOR และ RFP ใหม่มาใช้ในการประมูลโครงการนี้ และกลับไปใช้ TOR และ RFP ของการประมูลโครงการครั้งเดิมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ชอบด้วยกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนเป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครอง โดยขณะนี้ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ บริษัทฯ ก็ได้ยื่นหนังสือสงวนสิทธิดำเนินการทางกฎหมายและขอคัดค้านการประมูลโครงการโดยใช้ TOR และ RFP ใหม่ต่อคณะกรรมการ รฟม. ผู้ว่าการ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 บริษัทฯ ได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน คดีพิเศษในเรื่องให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกรณีที่ รฟม. ได้ออก TOR และ RFP ในการประมูลใหม่ ซึ่งบริษัทฯ ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี และคำพิพากษาศาลปกครอง อันอาจถือได้ว่ามีเจตนากีดกันบริษัทฯ และพันธมิตรทำให้ไม่ได้รับโอกาสในการเข้าร่วมการประมูลโครงการครั้งนี้ตามที่ได้ชี้แจงไปข้างต้น ซึ่งการกระทำดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ต้องเสียหาย บริษัทฯ จึงต้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ขอบคุณข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ