ส่วนหนี้เสียนั้นถ้าต้องปรับเพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องปกติ เพราะ ธอส.เข้ามาแบกรับกลุ่มสินเชื่อที่ถูกปฏิเสธจากแบงก์พาณิชย์ แต่ยังต้องบริหารความเสี่ยง ฉะนั้นไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นอย่างไร ธอส.พร้อมสนับสนุนสินเชื่อ และมองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไปได้ รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยนั้น หาก กนง.ขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% ในเดือน ส.ค.นี้ ธอส.จะขึ้นในเดือน ต.ค.นี้ ในอัตราต่ำกว่าหรืออยู่ที่ 0.15% จากนั้นหาก กนง.ปรับขึ้นอีกจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงเดือน ม.ค.ปีหน้า
ทั้งนี้ ผลกระทบกับ ธอส.จะรับภาระไป 1,000 ล้านบาท ส่วนปีหน้าเตรียมไว้อีกหลายพันล้านบาทเพื่อดูแลผู้กู้ โดย ธอส.มีหน้าที่ทอดเวลาเพื่อให้ลูกค้าแข็งแรง โดยจะไม่เอาทรัพย์ออกขาย แต่จะปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ลูกค้าอยู่ได้
สำหรับลูกค้าที่ต้องการจะรีไฟแนนซ์เงินกู้ควรจะพิจารณาถึงต้นทุนในภาพรวมด้วยว่า จะสูงกว่าอยู่กับแบงก์เดิมหรือไม่ หากคำนวณแล้วสูงกว่าก็ไม่สมควรที่จะรีไฟแนนซ์ ซึ่งในทางปฏิบัติหากลูกค้ายังเลือกที่จะอยู่กับแบงก์เดิม แนะนำว่า ลูกค้าควรไปปรึกษากับแบงก์เดิมเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้จะดีกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของแบงก์เองพร้อมที่จะช่วยเหลือเพื่อลดภาระให้แก่ลูกค้า