ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงได้มอบหมายให้กรมศุลกากรพิจารณามาตรการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสินค้าประเภทที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในระยะสั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชน
ทั้งนี้ กรมศุลกากร ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ปัจจุบันตลาดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ และมีผู้ประกอบการไทยที่ผลิตที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กจำนวนน้อยราย จึงประสานกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอในการเป็นผู้ผลิตที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาปริมาณความต้องการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในประเทศมีจำนวนไม่มากพอที่จะทำให้เกิดลงทุนในการผลิตสินค้า แต่หลังจากมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) ปี 2022 แล้ว คาดว่าจะมีปริมาณความต้องการใช้ในประเทศสูงขึ้น และมีผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจในการลงทุนเพื่อผลิตที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเห็นควรลดอัตราอากรขาเข้า สำหรับที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อสนับสนุนการลดราคาให้กับผู้บริโภค และให้ผู้ประกอบการภายในประเทศสามารถประเมินศักยภาพในการผลิตและความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจ นี้