นายสมคิด กล่าวต่อว่า จากวันที่มีการสถาปนามหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ บริบทที่มีการทำการเมืองเป็นบริบทแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ในปัจจุบันคิดว่าชาวธรรมศาสตร์จินตนาการไม่ถึงว่าประชาธิปไตยที่ต่อสู้ มีเวอร์ชันแปลกๆ
"อาจจินตนาการไม่ถึงว่าการแจกกล้วยเป็นหวี อย่างไม่อายฟ้าอายดิน จนมีคนเรียกติดปากว่าประชาธิปไตยเงินสด จินตนาการไม่ถึงว่าการมีประชาธิปไตยแล้วจะทำให้คนเพียง 1% ของประเทศ มีทรัพย์สินมากกว่า 60 % ของคนทั้งประเทศ จินตนาการไม่ออกว่าประชาธิปไตยที่ได้รับมานั้น ถูกออกแบบให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางการเมือง จนเกิดวิกฤติในอนาคต คำถาม คือ เราต้องการประชาธิปไตยแบบนี้หรือเปล่า คนรุ่นผมคงไม่ต้องตอบ แต่หากไปถามคนรุ่นใหม่ จะพบว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ บางครั้งไม่ได้รับความสนใจเลย เขาไม่สนใจการบ้านการเมืองเลย เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตยที่เขาต้องการ" นายสมคิด ระบุ
นายสมคิด ย้ำว่า คนรุ่นใหม่ต้องการประชาธิปไตยที่ประชาชนส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการเมือง ออกความเห็น สามารถถกปัญหาโดยที่ไม่มีความขัดแย้ง เป็นประชาธิปไตยของปวงชนจริงๆ ไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยของคนบางกลุ่ม หรือบางครอบครัว ตนเคยถามลูกชายว่าพวกเขาต้องการแบบนี้ใช่หรือไม่ ลูกชายตอบว่า พวกเขาไม่ต้องการประชาธิปไตยที่เรียกว่า 4 วินาที หากไม่มีโอกาสแสดงออก ไม่มีโอกาสมีส่วนร่วม ความกระตือรือร้นในปัญหาบ้านเมืองจะหายไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ให้โอกาสและแนะนำ เพราะอนาคตเป็นของพวกเขา ไม่ใช่พวกเรา พวกเรานี่เหลืออีกไม่นาน แต่พวกเขายังอีกยาวไกล ถ้าเราไม่ฟังความเห็นเขา เราจะฟังความเห็นใคร
นายสมคิด มองว่า ปัญหาที่กำลังเผชิญนั้น รุนแรงทุกมิติ ทั้งความไม่เท่าเทียม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเน้นเฉพาะเรื่องการเมืองอย่างเดียวนั้นไม่ได้สร้างอนาคตที่ดีไปกว่านี้ ยกตัวอย่างเรื่องเศรษฐกิจ ไม่นานมานี้ เพียงปีเดียว เฉพาะปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจ ความสามารถในการประเทศไทยตกลงมา 13 จุด ประสิทธิภาพรัฐบาล เรื่องการแข่งขัน ตกลงมา 11 จุด เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก และภายใน 4-5 ปีข้างหน้า หากไม่ได้รับแก้ไขเมืองไทยจะลำบากอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ในมุมของเศรษฐกิจโลก ทุกคนทราบดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาเมืองไทย ลำบากอย่างแน่นอน หากไม่เร่งขับเคลื่อนความเข้มแข็งภายในประเทศ แรงส่งทางเศรษฐกิจจะหายไป วันนี้รากหญ้า ลำบากเลือดตาแทบกระเด็น วันข้างหน้าจะลำบากมากกว่านี้ ดังนั้น การเอาใจใส่เรื่องนี้ต้องมี นอกจากนี้ยังมีปัญหาใหญ่ที่มากกว่านี้ เช่น ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจในประเทศ
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า หากต้องรอให้รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยแก้ไข เป็นไปได้ยากมาก เพราะมีข้อจำกัดเยอะ จะมานั่งรอไม่ได้ เพราะบริบทการเมืองไทยเป็น มองว่าสถาบันการศึกษา จะไม่สามารถแยกเรื่องการเมืองได้ เพราะสถาบันการศึกษาเป็นที่รวมศูนย์ของปัญญา เพื่อรองรับปัญหา นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยยังเป็นแหล่งผลิตบุคลากร เพื่อทำงานเอาตัวรอดเท่านั้น แต่เป็นจุดเกิดที่ผลิตบุคลากรในการช่วยขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ การเมือง นอกจากหาเลี้ยงครอบครัว หากถามว่าอนาคตข้างหน้าบทบาทของธรรมศาสตร์เป็นอย่างไรนั้น มองว่า เป็นแหล่งปัญญา ผลิตบุคลากร ผลิตนักศึกษา เพื่อการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง