ความเป็นอยู่ของชาวซินเจียงที่ถูกจุดชนวนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนลุกลามกลายเป็นอาวุธที่ใช้ห้ำหั่นกันในทางการค้านี้ เกิดจากการร้องเรียนเรื่องการบังคับใช้แรงงาน รวมถึงการกักขังและติดตั้งวงจรปิดเพื่อเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ระบุว่า จีนกักขังชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอื่น ๆ มากกว่า 1 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา และเชื่อว่าพวกเขาถูกบังคับให้ทำงานหนักแลกกับเศษเสี้ยวของค่าแรงขั้นต่ำ หรือปราศจากการชดเชยใด ๆ ในซินเจียงและมณฑลอื่น ๆ ภายใต้หน้ากาก "โครงการบรรเทาความยากจนและการช่วยเหลือด้านอุตสาหกรรม" ส่วนผลผลิตที่นำออกจำหน่ายอยู่ภายใต้ชื่อ "Xinjiang Production and Construction Corps" หรือ XPCC ที่ก่อตั้งมาเกือบ 70 ปี ควบคุมโดยทหาร มีตั้งแต่เครื่องนอนจนถึงมะเขือเทศบด แต่ที่ขึ้นชื่อและเป็นหน้าเป็นตาที่สุดคือ "ฝ้าย" ที่ครองสัดส่วน 1 ใน 5 ของฝ้ายในห่วงโซ่อุปทานโลก
"ฝ้ายซินเจียง" (Xinjiang cotton) คือหลักฐานสำคัญ ที่สำนักข่าวตะวันตกใช้ตีแผ่การบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์อย่างร้ายแรงและต่อเนื่องโดย XPCC ทั้งยังเปิดโปงแบรนด์แฟชั่นระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Adidas, Lacoste, H&M หรือ Ralph Lauren ด้วยว่า มีฝ้ายซินเจียงในห่วงโซ่อุปทาน เสื้อผ้าแบรนด์ดังของญี่ปุ่นก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย เช่น Uniqlo กับ Muji โดยเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว สหรัฐฯ สกัดไม่ให้เสื้อเชิร์ตผู้ชายของ Uniqlo เข้าประเทศ เพราะกลัวว่าจะผลิตจากฝ้ายซินเจียง และทาง Uniqlo ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ส่วน Muji ถูกวิจารณ์หนักหลังเปิดตัวเสื้อเชิร์ตผ้าอ๊อกซ์ฟอร์ด ที่ผลิตจากฝ้ายออแกนิกอย่างปราณีตและคัดสรรมาอย่างดีในซินเจียงเมื่อปี 2562 แต่ Muji ยืนยันว่าไม่ได้ส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับซินเจียงไปยังสหรัฐฯ แต่ก็ไม่ยอมบอกเช่นกันว่า ได้ส่งไปขายประเทศอื่น ๆ หรือไม่... สำหรับคนที่อยู่นอกสหรัฐฯ กางเกงยีนส์ที่สวมใส่หรือเชิร์ตผ้าฝ้ายที่คลายร้อน อาจมาจากซินเจียงก็เป็นได้!!!!