จีนปลดรองผู้บัญชาการตำรวจถังชานเซ่นคดีรุมทำร้ายผู้หญิงในเมืองถังชาน ที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความอับอายไปทั่วโลก ขณะที่ชาวโซเชียลมีเดียจีนรุมสับคนร้ายที่ก่อเหตุ และตราหน้าว่าเป็น "สัตว์เดรัจฉาน"

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หลังเกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายผู้หญิงในร้านปิ้งย่างอย่างอุกอาจ ที่เมืองถังชาน มณฑลเหอเป่ย ของจีน และกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ขณะที่ข่าวจากต้นทางมีความคืบหน้าน้อยมาก จนจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียทั้งในและต่างประเทศ ล่าสุดรองผู้บัญชาการตำรวจเมืองถังชานได้ถูกปลดเพื่อเซ่นคดีนี้แล้ว หลังมีการสอบสวนภายใน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐร่วมตรวจสอบ 5 คน รวมทั้งรองหัวหน้าเขตและผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ และพบว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ "ช้าและไม่เหมาะสม" ต้องสงสัยว่ามีการละเมิดกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง

 

ถ้าข่าวไม่ดังระดับโลก ก็คงไม่มีการเคลื่อนไหว

 

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าตำรวจนายหนึ่งให้การว่าเขาไปถึงที่เกิดเหตุเพียง 5 นาที หลังได้รับได้รับแจ้งเหตุ เมื่อเวลา 02.41 น. แต่มีหลักฐานที่แย้งว่าตำรวจไปถึงเวลา 03.09 น. หรือผ่านไป 28 นาทีแล้ว ซึ่งนานจนผู้ก่อเหตุกลับไปหมดแล้ว อีกทั้งหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคือนายเฉิน จี้จื่อ วัย 41 ปี ยังต้องสงสัยว่าพัวพันกับการการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ รวมทั้ง กักขังผู้อื่น, ทะเลาะวิวาทและการพนัน ขณะที่ตำรวจอ้างว่ากำลังยกระดับการสอบสวนเพื่อดูว่า ผู้ต้องสงสัยมีความสัมพันธ์กับแก๊งอาชญากรหรือไม่ จากประวัติอาชญากรรมที่ขยายวงกว้างไปถึงเงินกู้นอกระบบและการทวงหนี้

ถ้าข่าวไม่ดังระดับโลก ก็คงไม่มีการเคลื่อนไหว

 

ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้ 9 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 2 คน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน หรือ เหตุการณ์ผ่านไปแล้ว 2 วัน ส่วนเหยื่อที่ถูกทำร้าย มี 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่อีก 2 คน คือหวัง มู่มู่ วัย 31 ปี กับหลิว มู่มู่ วัย 29 ปี ต้องรักษาตัวในห้อง ICU และยังอยู่โรงพยาบาลมานานกว่า 10 วันแล้ว 

 

ถ้าข่าวไม่ดังระดับโลก ก็คงไม่มีการเคลื่อนไหว

 

เหตุการณ์ที่สร้างความโกรธแค้นให้แก่ชาวโซเชียลมีเดียของจีน ก็คือในขณะที่เหยื่อถูกทำร้ายอยู่ในร้าน มีแต่เพื่อน ๆ ที่มาด้วยกันที่ช่วยเหลือกัน แต่คนอื่น ๆ ในร้านที่บางคนเป็นผู้ชายแท้ ๆ กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือหลบฉากออกไปเหมือนกลัวจะถูกลูกหลง การทำร้ายยังลามไปนอกร้านเมื่อเหยื่อถูกลากออกไปอย่างไม่ปราณี และยังมีเสียงหนึ่งในคนร้ายตะโกนด้วยว่า "เอาให้ตาย" ก่อนเข้าไปร่วมวงด้วย ภาพจากกล้องวงจรปิดความยาว 3 นาที ว่าโหดร้ายเกินกว่าจะทนดูแล้ว ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าของจริงที่นอกเหนือกว่านั้นโหดยิ่งกว่า ที่รวมถึงการเหยื่อถูกจิกผมลากไปกับพื้นคอนกรีตของบาทวิถีที่มีเศษแก้วแตก 

 

ถ้าข่าวไม่ดังระดับโลก ก็คงไม่มีการเคลื่อนไหว

เรื่องนี้จุดชนวนการที่เพศหญิงตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ชายมาโดยตลอดในจีน รวมถึงความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่มีการแจ้งความด้วย เพราะขนาดนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีก็ยังถูกตำรวจล่วงละเมิดเสียเอง และบางทีถึงขั้นถูกคุมขังด้วย นอกจากนี้การเซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ต ทำให้คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับ #MeToo ไม่ปรากฎให้เห็น แต่จากดัชนีชี้วัดความเท่าเทียมทางเพศของสหประชาชาติ ( United Nations' Gender Equality Index)

 

ถ้าข่าวไม่ดังระดับโลก ก็คงไม่มีการเคลื่อนไหว

 

ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า พวกผู้ชายที่ก่อเหตุรู้สึกว่าพวกเขาสามารถทำร้ายผู้หญิงในที่สาธารณะได้อย่างเสรี เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็มีผู้ชายหลายคนทำแบบนี้ พวกเขาก็เลยรู้สึกว่าสามารถทำแบบเดียวกันได้เพราะไม่มีผลอะไรตามมา แต่สำหรับผู้ที่เห็นคลิปวิดีโอต่างประณามการกระทำของกลุ่มชายเหล่านี้ว่า "สัตว์เดรัจฉาน"