หากพบว่าลิงก์ หรือ URL ที่ปรากฎขึ้นมาแปลกๆ หรือไม่ตรงกับชื่อเว็บไซต์ที่ใช้บริการอยู่ก็ไม่ควรที่จะกด Scan ต่อ รวมทั้ง ก่อนโอนเงินหรือทำธุรกรรมควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นบัญชีของผู้ขาย โดยสอบถามยืนยันกับผู้ขายว่าชื่อบัญชีถูกต้องหรือไม่ก่อนที่จะโอนเงินชำระค่าสินค้า
“ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของประชาชนง่าย และรวดเร็วขึ้น เข้าถึงข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ ใช้จ่ายผ่านสังคมไร้เงินสด ทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ดี มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาศัยใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมจากประชาชนนี้ ด้วยความห่วงใย ขอให้ประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และตรวจสอบความถูกต้องก่อนทำธุรกรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และความผิดพลาด ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐได้ เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน ของประชาชนทุกคน” นายธนกร ระบุในตอนท้าย
สำหรับ ไทม์ไลน์การโอนเงิน บัตรคนจน หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 มีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
วันที่ 1 ของทุกเดือน
- เติมเงิน ซื้อสินค้า กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ได้รับ 300 บาท/เดือน
- กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท ได้รับ 200 บาท/เดือน
- ค่าก๊าซหุงต้มจำนว 100 บาท (ระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2565)
- ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้
วันที่ 15 ของทุกเดือน
- เบี้ยผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินสงเคราะห์ฯ 100 บาทต่อเดือน
- เบี้ยผู้สูงอายุที่มีรายได้มากกว่า 30,000 - 100,000 บาทต่อปี ได้รับเงินสงเคราะห์ฯ 50 บาท ต่อเดือน
วันที่ 18 ของทุกเดือน
- เงินคืนค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- เงินคืนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯ เป็นผู้ชำระเอง
ทั้งนี้ สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และ สะสมในเดือนถัดไปได้
วันที่ 22 ของทุกเดือน
- มีบัตรประจำตัวคนพิการ ได้รับเบี้ยความพิการ (บัญชีธนาคาร/อปท.) จำนวน 800 บาท
- เบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน โอนเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถึงเดือนกันยายน 2565 จาก รวมเป็นเงิน 1,000 บาท
ในการโอนเงินรอบนี้ สามารถกดเป็นเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย
ที่มา : กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance