ทนายเดชา กล่าวว่า เชื่อว่า นายมงคลกิตติ์ไม่น่ารอด เพราะมีพฤติการณ์เป็นโดยสันดาน มีการ กระทำลักษณะนี้หลายครั้ง จึงเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรม
เมื่อถามว่า ท่าทีของนายมงคลกิตติ์ล่าสุดที่เหมือนจะไม่เข้าไปยุ่งในคดีกับนายอัจฉริยะ ทนายเดชา กล่าวว่า ถือว่า เป็นคนละส่วน เรื่องนี้เป็นเรื่องจริยธรรม ส่วนที่นายมงคลกิตติ์ระบุว่าจะมูฟออนจากคดีแตงโมนั้น ก็เชื่อว่าเป็นการหาทางลง แต่จะไปลงทางไหนก็ดูเอาเพราะมีสวรรค์กับนรก
ทนายเดชา ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอัจฉริยะฟ้องคดีแตงโมในข้อหาฆาตกรรมว่า อาจส่งผลให้คุณแม่ของแตงโมถูกฟ้องร้องกลับได้
“ขอให้คุณแม่สบายใจได้ว่า เดี๋ยวหมายศาลต้องมาอยู่แล้ว ซึ่งจากที่ได้ข้อมูลมาทราบว่า คนบนเรือจะรอดหมด แต่คนที่จะติดคุกคือ ที่ปรึกษาโจทก์และทนายโจทก์ เพราะถ้าฟ้องเกินจริงก็ต้องถูกฟ้องกลับ คดีก็ไม่ชนะ หลักฐานก็ไม่มี แถมยังต้องมาติดคุกอีก ทำให้รู้สึกเป็นห่วงคุณแม่ ถ้าแม่ฟังอยู่ก็ขอให้ตั้งสติให้ดี ถ้าสติดี สตางค์ก็จะมา”
ทนายเดชา ยังแนะนำไปยังทนายฝ่ายคนบนเรือว่า หากจะมีการฟ้องกลับก็ขอให้ฟ้องกลับพ่วงนายมงคลกิตติ์และนายอัจฉริยะด้วย ไม่ควรฟ้องเพียงแม่ของแตงโมคนเดียว เพราะถือว่านายมงคลกิตติ์เป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องในข้อหาดังกล่าว