จากนั้น “อัจฉริยะ” ให้สัมภาษณ์ในรายการ “โหนกระแส” ของ “หนุ่ม กรรชัย” ว่า วันที่พาคุณแม่ไปดูหลักฐานที่เซฟเฮาส์ ได้มีการเชิญกลุ่ม ส.ส.เต้ , พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า , อาจารย์ชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษา โดยมีการจำลองเหตุการณ์ว่า “แตงโม” ไม่สามารถตกท้ายเรือได้
“วันนั้นกล้องได้บันทึกเสียง มี 1 ประโยคจากคำพูดพวกเขา ที่ทำให้เราไม่รู้สึกโอเค และวันนั้น อาจารย์ชนบท ไม่ได้สนใจอะไรเลย นั่งดื่มเบียร์ 2 ขวด อยู่ประมาณ 20 นาทีแล้วกลับ โดยส่วนตัวคิดมาตลอดว่า วันหนึ่งผมจะโดนแบบทนายเดชา หรือทนายกฤษณะแน่ๆ จากนั้นได้คุยไลน์กับเต้ บอกว่าเราเป็นลูกผู้ชาย เราคุยคำไหนกับประชาชน เราต้องทำแบบนั้น ไม่งั้นคนจะไม่เชื่อถือเรา” พร้อมกับเปิดแชตที่ “อัจฉริยะ” อ้างว่าคุยกับ “มงคลกิตติ์” โดยมีการโจมตีเรื่องหักหลัง เข้ามาดูหลักฐาน แต่จะเอาคดีไปทำเอง โดยโยงถึง “บังแจ็ค” ว่าร่วมมือกับหัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์
ส่วนตัวมองว่า หลักฐานที่มีอยู่ สามารถเอาผิดกลุ่มผู้ต้องหาตามมาตรา 288 ได้ ขณะที่ “แม่แตงโม” อยากเอาผิดมาตรา 290 โดยทุกอย่างมีการทำตามข้อตกลงทั้งหมด แต่จะให้ตนเองไปเชื่อ “บังแจ็ค” ซึ่งไม่สามารถทำได้จริง
“จะให้ผมไปอยู่ใต้อุ้มเท้าบังแจ็ค ผมทำไมได้ โดยเขาห้ามแตะต้องบังแจ็ค ห้ามฟ้องบังแจ็ค ห้ามผมเรียกบังแจ็คว่า 18 มงกุฎ แล้วทุกอย่างต้องฟังบังแจ็ค เพราะบังแจ็คเป็นคนคุยกับแม่ ให้ผมได้เข้าไปทำคดีนี้ โดยคนนี้ๆ เป็นผู้ต้องหาตาหมายจับ และหลักฐานของเขาไม่มีอะไรใช้ได้”
ช่วงที่ผ่านมา “แม่แตงโม” คุยกับ “บังแจ็ค” อยู่ตลอด โดยมีการส่งรหัสต่างๆ ของผู้ตายไปให้ ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือของกลาง ไปให้ในภายหลัง ซึ่งคุณแม่อ้างว่าถูกหลอก ส่วน “บังแจ็ค” ต้องการแค่ยอดไลก์-ยอดแชร์ เพื่อหาเงินเท่านั้น
“ผมไม่รู้ว่าเต้ มีอะไรกับบังแจ็คหรือเปล่า แต่หลังจากนี้ถ้าจะขอเดินเรื่องคดี จะเดินกับคุณแม่เพียงคนเดียว ส่วน ส.ส.เต้ ขอไว้ก่อน ไม่ใช่เขาไม่ดีนะ แต่มันเป็นเด็กที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ขอพูดตรงๆ เลย ไปทบทวนตัวเองให้ดี แล้วค่อยมาคุยกัน”