"ถ้าท่านลงทุนเป็นหัวหน้าพรรค ผมว่าเปลืองตัว เพราะจริงๆ แล้ว จะมีแค่พรรคพลังประชารัฐพรรคเดียวที่สนับสนุนท่านเป็นนายกฯ คงไม่ได้ ต้องรวบรวมเสียง โดยหวังพึ่ง ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ฉะนั้น ท่านนายกฯ จึงขอให้มีพรรคที่สนับสนุนท่านแค่นั้น แล้วก็ค่อยดึงภูมิใจไทย กับประชาธิปัตย์มาร่วม ซึ่ง 2 พรรคนี้พร้อมร่วมอยู่แล้ว"
ขณะที่ รศ.สุขุม ยังได้ตั้งคำถามว่า เวลาของรัฐบาลเหลือไม่ถึงปี พลังประชารัฐจะฟื้นหรือไม่ ศึกซักฟอกจะเป็นอย่างไร "บิ๊กป้อม" จะโดนด้วยหรือไม่ เพราะ "บิ๊กป้อม" ก็มีบารมีข้ามฟากด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดเกมในอนาคต
สำทับด้วย ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มองว่า
-พปชร.ไปไม่ไหว ดูจากผลการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ก.
-ที่ดูคึกคักกลายเป็นพรรคภูมิใจไทย มีเลือดใหม่ไหลเข้าเยอะมาก
-"บิ๊กตู่" อยู่ในสถานะลำบาก ถ้าจะใช้ พปชร.ก็ต้องเกรงใจพี่ใหญ่ และพี่ใหญ่ก็ไม่มีแนวโน้มจะวางมือ ข่าวยึดพรรค นั่งเป็นหัวหน้าพรรคเองจึงลำบาก
-เชื่อว่า "บิ๊กตู่" มีแนวโน้มสร้างพรรคใหม่ เพราะยังมีเวลา ถ้าไม่สร้างพรรคใหม่ จะไม่มีที่ทางให้ ส.ส.พลังประชารัฐย้ายมาได้ (กลุ่มบ้านใหญ่ที่สนับสนุน รวมทั้งคุณพีระพันธุ์ และมือทำงานคนอื่นๆ ของนายกฯ)
-นายกฯไม่มีทางเลือก หักหาญน้ำใจ "พี่ใหญ่" ก็ไม่ได้ แต่ปล่อยไปแบบนี้ พลังประชารัฐมีแต่จะตาย บีบให้เหลือทางเลือกเดียว คือ ต้องตั้งพรรคใหม่ ดึงใครมาปั้น แล้วให้เป็นพรรคที่เสนอชื่อ "บิ๊กตู่" เป็นแคนดิเดต ขณะนี้คงกำลังเช็กดูท่าทีตามสไตล์ทหาร คือ คิดทั้งสองทางแล้วค่อยตัดสินใจ
(วิธีคิดสไตล์ทหาร คือ คิดแบบการรบ ทั้งแนวทางที่ตัวเองได้เปรียบ และเสียเปรียบ แนวทางที่ตัวเองจะแพ้ และชนะ เลือกเลือกรบในสมรภูมิที่ตัวเองได้เปรียบที่สุดจริงๆ เท่านั้น เพื่อปิดช่องความพ่ายแพ้)