กระทรวงสาธารณสุข เผยเหตุผลกระจายวัคซีนโควิดไป รพ.สต. ช่วยประชาชนเข้าถึงบริการรับวัคซีนใกล้บ้าน ระบุบางแห่งยังจัดบริการเชิงรุกถึงบ้าน ไม่ได้เป็นการระบายวัคซีนไปทิ้ง ย้ำเข็มกระตุ้นสำคัญ เพื่อก้าวสู่โรคประจำถิ่นได้อย่างปลอดภัย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

3 มิถุนายน 2565 จากกรณี ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ชมรมแพทย์ชนบท” ตั้งข้อสงสัย มติ "ศบค." กระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ทั่วประเทศจำนวนมากถึง 16 ล้านโดส หวั่นเป็นการบริหารผิดพลาด วัคซีนหมดอายุ สิ้นเปลืองงบประมาณ 

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม : แพทย์ชนบท ห่วงกระจายวัคซีน 16 ล้านโดส ให้ รพ.สต. หวั่นเป็นที่พักเพื่อรอทิ้ง!

 

ล่าสุด นพ.สุเทพ เพชรมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการข้อสงสัยเรื่องการกระจายวัคซีนโควิด19 ไปยัง รพ.สต. เป็นแผนการระบายวัคซีนไปทิ้งให้หมดอายุ ว่า การส่งวัคซีนโควิด 19 ไปไว้ที่ รพ.สต. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการวัคซีนได้ใกล้บ้านที่สุด ทำให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น

 

“ เรื่องนี้เป็นมติของ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) มาประมาณเกือบเดือนแล้ว เนื่องจากพบว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่มารับวัคซีน คือ เดินทางไม่สะดวก หรือไม่มีคนพาไป ”

 

สธ.แจงกระจายวัคซีนโควิดไป"รพ.สต." ช่วยเข้าสู่โรคประจำถิ่นอย่างปลอดภัย

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงส่งวัคซีนโควิด19 ทั้ง ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ ไปยัง รพ.สต. ซึ่งเป็นหน่วยบริการที่ใกล้บ้านที่สุด เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลสามารถพาผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงไปฉีดวัคซีนกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน

 

นอกจากนี้ รพ.สต.หลายแห่ง ยังร่วมกับท้องถิ่นออกสำรวจประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและจัดวัคซีนไปบริการเชิงรุกถึงบ้าน โดยกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนอุปกรณ์การฉีดวัคซีน และ สปสช.สนับสนุนค่าฉีดวัคซีนให้กับ รพ.สต. ในอัตรา 40 บาท/เข็ม ไม่ใช่การระบายวัคซีนไปทิ้งแต่อย่างใด เพราะทุกวันนี้ รพ.สต.ก็มีให้บริการวัคซีนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เป็นต้น

 

นพ.สุเทพกล่าวต่อว่า จากความทุ่มเทของหน่วยบริการทุกระดับ รพ.สต. รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และ อสม. ในการจัดบริการวัคซีน ทำให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ทุกวัน ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราควบคุมสถานการณ์โควิด 19 และผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ได้มากขึ้น 

 

การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในขณะนี้ยังมีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้เสียชีวิตในแต่ละวันเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว และได้รับวัคซีนไม่ครบ 

 

ทั้งนี้ การได้รับวัคซีนโควิดเพียง 2 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนได้น้อยมาก ป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ปานกลาง แต่การฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 จะป้องกันการติดเชื้อได้มากขึ้น ป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 93% และหากฉีดเข็มที่ 4 จะป้องกันติดเชื้อเพิ่มเป็น 76% ป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตสูงถึง 99%

 

สธ.แจงกระจายวัคซีนโควิดไป"รพ.สต." ช่วยเข้าสู่โรคประจำถิ่นอย่างปลอดภัย

 

นพ.สุเทพ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขจึงตั้งเป้าหมายฉีดเข็มกระตุ้นให้ครอบคลุมมากกว่า 60% เพื่อให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้นเพียงพอ รองรับการเปิดประเทศและใช้ชีวิตได้เป็นปกติและมีความปลอดภัยมากขึ้น สอดคล้องกับมาตรการเตรียมพร้อมโควิดสู่โรคประจำถิ่นในมาตรการ 2U คือ Universal prevention และ Universal Vaccination 

 

ภาพรวมขณะนี้มีประชาชนฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 138 ล้านโดส ความครอบคลุมเข็มแรก 81.6% เข็มที่ 2 ได้ 75.7% ส่วนกระตุ้นเข็มที่ 3 ได้เพียง 40.7%  จึงขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์และความจำเป็นให้ประชาชนมารับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อให้ประเทศสามารถผ่านสถานการณ์โควิด 19 และเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นได้ต่อไป

 

สธ.แจงกระจายวัคซีนโควิดไป"รพ.สต." ช่วยเข้าสู่โรคประจำถิ่นอย่างปลอดภัย

สธ.แจงกระจายวัคซีนโควิดไป"รพ.สต." ช่วยเข้าสู่โรคประจำถิ่นอย่างปลอดภัย

สธ.แจงกระจายวัคซีนโควิดไป"รพ.สต." ช่วยเข้าสู่โรคประจำถิ่นอย่างปลอดภัย
 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด