"ทักษิณ" ร่ายยาวคลับเฮาส์ ครบรอบ 8 ปี รัฐประหาร 57 เชื่อผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สะท้อนการเมืองสนามใหญ่ พร้อมแฉเบื้องเหตุยึดอำนาจ (ตัวเอง) ขู่สักวันดาบนั้นจะคืนสนอง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (24 พ.ค.) นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมพูดคุยในรายการ CareTalk X Clubhouse ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก CARE แคร์ คิด เคลื่อน ไทย ในหัวข้อ เปิดใจโทนี เบื้องหลังรัฐประหารรัฐประหารที่ไม่เคยเล่า เนื่องในวาระครบ 8 ปีรัฐประหาร 2557 โดยพูดความจริงของประวัติศาสตร์การเมืองไทยในรอบ 2 ทศวรรษ

 

โดยช่วงหนึ่งนายทักษิณได้กล่าวถึงผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เหลือเชื่อ หรือ Strategic vote ไม่ได้อยู่ในฝ่ายพรรคการเมืองใดเลย อยู่ในฝ่ายของประชาชน ที่มีหนึ่งโหวตของเขา คิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพราะเท่าที่ทราบ พบการซื้อเสียงเกิดขึ้นจำนวนมาก และมากกว่าหนึ่งพรรค แต่ผลคะแนนพรรคนั้นกลับไม่เยอะ เพราะประชาชนรับเงินแต่ไม่เลือก

 

แสดงให้เห็นว่า คนไทยเริ่มคิดว่า ถึงเวลาประชาธิปไตยแล้ว หลังจากที่เจ็บปวดมานานวันนี้ต้องเลือกฝ่ายประชาธิปไตย ต้องเลือกคนทำงาน ต้องเลือกคนที่มั่นใจว่า ทำงานได้ และมีการสนับสนุนเพียงพอ ดูได้จากผู้ที่เลือก ส.ก.พรรคก้าวไกล มีมากกว่าคนที่เลือก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เพราะตัดสินในหันไปเลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. แทน เพราะมองว่า หากเลือก นายวิโรจน์ อาจไม่ชนะ หรือดี - ไม่ดี อาจไปเฉลี่ยคะแนน ทำให้ นายชัชชาติ แพ้การเลือกตั้งก็ได้
 

 

นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี 

นายทักษิณ กล่าวว่า ประชาชนเริ่มคิดเป็นว่า เขาจะโหวตอย่างไร ดังนั้น บอกได้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าการซื้อเสียงไม่มีความหมายกับประชาชน เพราะจะรับเงินแต่ไม่เลือก เขาจะเลือกตามสิ่งที่คิดว่า เป็นประโยชน์ต่อเขา เป็นประโยชน์ต่ออนาคตของลูกหลาน เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด พรรคการเมืองต้องทำความดีกันหน่อย

 

นายทักษิณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การกลับมาของ พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ กทม. มองว่า คนกทม. เจ็บปวด เหมือนคนในต่างจังหวัด เขามีความรู้สึกว่า ถูกมาตรา 44 ทิ้งซากไว้หลายเรื่อง ยึดสิทธิ และสร้างความบอบช้ำ ทั้งการทำมาหากิน การใช้ชีวิตมาก จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งก็ขอแสดงความยินดีกับคน กทม. ที่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

 

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นเรื่องของจังหวัดหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนภาพการเมืองใหญ่ ตนมองว่า การเลือกตั้งสนามนี้เปรียบเหมือนการทำแซนด์บ็อกซ์ การทดลอง ทดสอบ ซึ่งเชื่อว่า จะปูทางไปสู่ผลจริงผลการเลือกตั้งจริง แม้พื้นที่ กทม.และต่างจังหวัดจะแตกต่างกัน แต่ผลที่เกิดขึ้นใน กทม. ส่งผลไปยังทั่วประเทศแน่นอน

 

ส่วนกรณีการใช้โซเชียลมีเดีย หลังมีการเปิดตัวอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปอยู่พรรคอื่น พบว่า ในต่างจังหวัดมีกระแสเชิงลบ เพราะประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีอยู่ครอบครัว และสามารถอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจในเรื่องนั้น ๆ ได้ จึงกล่าวได้ว่า ทุกวันนี้ใครที่หนีข้อมูลข่าวสาร ก็คือคนหนีความจริง ยิ่งถ้าเป็นระบบเผด็จการเท่าไร มีอำนาจมากเท่าไร กำลังหันหลังให้ความจริงเท่านั้น ฉะนั้น ต้องใจกว้าง
 

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายทักษิณ ยังกล่าวถึงปัญหาทางเศรษฐกิจว่า เวลาตนไปที่ไหน ก็จะเจอคนพูดถึงเรื่องเงินเฟ้อ ราคาพลังงานแพง ราคาอาหารแพง แล้วก็ห่วงโซอุปทานขาดช่วง ผมเลยอยากฝากรัฐบาลว่า วันนี้อาหารขาดแคลนทั่วโลก เราผลิตได้ เราควรมีคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ แล้วทำยังไงไม่ให้เกษตรกรลำบาก สินค้าเกษตรตอนนี้ตกต่ำ แต่อุตสาหกรรมเกษตรกลับแพงขึ้น หมูเดี๋ยวนี้ต้นทุนขึ้น 7 พัน ขายหน้าปศุสัตว์อยู่หมื่นหนึ่งพัน คนขายหน้าเขียงไม่ได้ ขอให้รัฐบาลแก้ไขของแพงจริงจังด้วย รัฐบาลไทยต้องรีบดูนะ ถ้าปล่อยให้กลไกรั่ว ชาวบ้านจะรับไม่ไหว สินค้าเกษตรตกต่ำแต่ของอื่นแพง แบบนี้จะไม่ดีอย่างแรง

 

- แฉเคยถูกกลอบสังหารหลายครั้งก่อนถูกรัฐประหาร 
 

ทั้งนี้ นายทักษิณ ยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนเองถูกรัฐประหารว่า ก่อนการรัฐประหารตน มีความพยายามลอบสังหารหลายครั้ง เคยถูกดักยิงด้วยสไนเปอร์จุดหนึ่งที่ลำปาง บังเอิญว่า ส.ส.ทะเลาะกัน ตนปราศรัยที่เชียงรายเสร็จแล้วไปเชียงใหม่ มือปืนจึงเก้อ และอีกครั้งตอนที่ผมปราศรัยที่สนามหลวง มีคนตั้งซุ่มยิงที่ตึกรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ แต่ผมเสร็จเร็ว ออกก่อน ปรากฎนักศึกษายังไม่ทันลงตึก ตั้งปืนไม่ได้ ตนเลยรอดตาย

 

และยังมีเหตุการณ์ที่ตนกลับจากอีสาน ต้องลงจากเครื่องบิน บน.6 ออกทางวิภาวดี กลับมีคนบอกว่า มีรถต้องสงสัยดักตรงที่ทางออก ตนเปลี่ยนทางออกเลย ปรากฎว่ารถคันนั้น ซึ่งเป็นรถฮุนไดหายจากถนน หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ปรากฎว่ารถคันนั้นไปจอดใน กอ.รมน. แล้วก็ไปจอดดักผมที่ซังฮี้อีกครั้ง ปรากฎว่าตำรวจหน้ารถผมจำได้ ก็ระดมเรียกหมด ค้นรถจนเจอซีโฟร์และทีเอ็นที ถ้าระเบิดนะละแวกนั้นไปหมด ทำไมมันถึงไม่ระเบิด ปรากฎว่าวันนั้น ผมออกบ้านสาย วันนั้นบังเอิญต้องเตรียมไปประชุมอาเซม ซึ่งประชุมนานแล้วต้องบินไปนิวยอร์ก แต่มีปัญหาน้ำท่วมจังหวัดน่าน สื่อยังไม่รู้เพราะเช้ามาก ทีมดักมาเช้าจริงแต่คงไปกินข้าวก่อน กดรีโมทแล้วไม่ติด ปรากฎเป็นรีโมตเครื่องบินบังคับ ตนก็สงสัยเกิดอะไรขึ้น

 

ปรากฎมารู้ทีหลังว่า คนประกอบระเบิดให้คือเพื่อนรุ่นเดียวกับผม นั่งติดกับผมตั้งแต่เด็ก ทำไมถึงมารับจ้าง เพราะลูกเรียนหนังสืออยู่สหรัฐฯ แล้วมันเป็นมะเร็งแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญระเบิด มีคนมาจ้างแต่ทำยังไงแต่ไม่ระเบิด มีการเตรียมการ ก็ไปบอกว่าคาร์บ๊อง เพื่อเบี่ยงเบน เพี้ยนพ่อง ระเบิดเต็มรถ ผมโชคดีที่รอดตาย แล้วมีการจับกุม พ.ท.ธวัชชัย พ.ท.มนัช แล้วไปจับจ่ายักษ์ ซึ่งให้การก่อนตายว่า มีพลเอกคนหนึ่งมาถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะฆ่าทักษิณซะที แล้วมีพลเอกอีกคนมาเล่าผมว่าจะเอาอาร์พีจีมายิงบ้านผม แต่คนที่ถูกใช้เขายังเคารพเมียผมอยู่ ถ้าทำแบบนั้นตายยกบ้าน ทำไมไม่ฆ่าคนเดียว ก็เลยเป็นการซุ่มยิง

 

ที่จ่ายักษ์สารภาพบอกว่า ถ้าฆ่าไม่ตายก็ต้องรัฐประหาร ถ้ารัฐประหารเสร็จจะวางตัวใคร พูดไว้ตอนสิงหาคม 49 แล้วพลเอกคนนั้นเล่าให้ผมฟังว่าใช้ปืนซุ่มยิงแทนอาร์พีจี ที่สำคัญมีนายทหารถูกออกจากราชการ เสร็จแล้วพอรัฐประหารนึกว่าจะช่วยกลับราชการ กลับไม่มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ผมช่วยเลยแลกกับเล่าให้ฟังทั้งหมด แต่ผมไม่ปล่อยเทป เพราะไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ ผมทำทุกอย่างเห็นแก่บ้านเมือง

 

นายทักษิณ กล่าวว่า พอผมชนะการเลือกตั้งได้ 377 มีปล่อยข่าวว่าทักษิณมีเสียงมากกว่า 2 สภารวมกัน (สส.+สว.) จะทำให้อำนาจการแต่งตั้งรัชทายาทอยู่ในมือกับทักษิณ เหากินหัวตายเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำนักพระราชวัง แต่พวกมันปล่อยข่าว ไม่รู้จะทำลายความนิยมผมหรือยังไง ไม่รู้จะล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังไง เลยไปเอาเรื่องเจ้ามาเล่น 

 

แล้วเรื่องวัดพระแก้ว ผมไปทำบุญประเทศ มัคนายกประจำ ครม. คือ วิษณุ ซึ่งผมไม่รู้เรื่อง ผมทำงานอย่างเดียว เขาประสานงานทุกอย่าง แล้วจัดทำบุญในวัดพระแก้ว แต่เหตุการณ์ที่มีปัญหา คือตอนนั้นวิษณุเป็นรองนายกฯ ทำหน้าที่จัดการ วิษณุทำหนังสือถึงสำนักเลขาพระราชวังเพื่อขอใช้วัดพระแก้วแล้ว ผมทำงานอย่างเดียวไม่รู้เรื่อง 

 

เรื่องเปิดอาคารพระเทพบิดรให้ไปถวายสักการะพระอัฐิบูรพกษัตริย์ คุณวิษณุก็ทำหนังสือถึงสำนักพระราชเลขาธิการ ทูลเกล้าฯ รองเลขาฯ ระบุว่า ในหลวงทรงทราบแล้ว แล้วเปิดใช้ทำบุญฉลองได้ตามขั้นตอน แต่ปรากฎว่าคุณแก้วขวัญที่นึกว่ายังไม่อนุมัติ แล้วทำไมถึงใช้ได้ เขาก็โวยวาย ทั้ง ๆ ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งแล้ว ผมกล่าวว่าได้รับสั่งผ่านรองเลขาฯ แล้ว แต่พวกมันจ้องจะหาเรื่องผมเอง 

 

- ขู่คณะรัฐประหารระวังถูกดาบนั้นคืนสนอง

 

นายทักษิณ กล่าวว่า วันที่เขารัฐประหาร 19 กันยาผมนะ คุณรู้ไหม “สิ่งที่ผมห่วงที่สุด คือ คุณหญิงอ้อกับลูก ๆ” คุณหญิงอ้อกับลูก ๆ ผมตอนนั้นยังอยู่ไทย คุณหญิงอ้อพาลูก ๆ ไปหลบจนทหารเขาเอากำลังไปบุกบ้านผม พล.อ.วินัย พ่อสกลธีนี่แหล่ะเอากำลังมาบุกบ้านผม พวกนี้เป็นพวกที่ผมตั้งมาทั้งนั้น พวก ตท. รุ่น 6 สุดท้ายผมตั้งมาเพื่อมารุมกระทืบผม วันนั้นผมโทรหา พล.อ.วินัย ว่า ผมยังไม่ทันทำอะไรเลย จะทำค้นบ้านผมได้ยังไง ถ้าบุกเข้ามาก็มียิงกันนะ เพราะในบ้านผมก็มีทหารอยู่เหมือนกัน พล.อ.วินัย เลยสั่งยกเลิกบุกบ้านผม

 

นายทักษิณ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าซักวันหนึ่งจะเป็นวันที่มีรัฐธรรมนูญของเราเอง ซึ่งตามหลักกฎหมายยังไงโทษย้อนหลังไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้กลับใช้กฎหมายย้อนหลังเพื่อเล่นงานผม แต่ผมขอเตือนนะว่า  “ระวังดาบนั้นคืนสนอง ใครรัฐประหารเจอโทษประหารชีวิตหมดนะ” หลักกฎหมายทั่วไปที่เป็นสากล เขาไม่มีย้อนหลังที่เป็นโทษ มีแต่ย้อนหลังที่เป็นคุณ แต่ประเทศไทยทำกลับกันแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะ ดาบนั้นได้คืนสนองแน่ ผมเตือนไว้เลย

 

 

นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี วู้ดซัม