"ปริญญา เทวานฤมิตรกุล" ร่วมวิเคราะห์ศึก"เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.65" สะท้อนถึงการชี้วัดผลงาน 8 ปีรัฐบาล รุ่งหรือร่วง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

ศึก"เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.65"  และสมาชิกส.ก. รวมถึงนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่  22 พ.ค.65 ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น. เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจเข้าคูหาเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาเป็นพ่อเมือง 

 

"รายการคมชัดลึก" ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี  โดยมีวราวิทย์ ฉิมมณี เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้เชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล  นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมวิเคราะห์ศึก"เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 65" สะท้อนถึงการเมืองระดับชาติหรือไม่ 

 

"ปริญญา" ร่วมวิเคราะห์ศึก"เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.65"  ชี้วัด 8 ปีรัฐประหาร

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา  เริ่มต้นสะท้อนจากผลโพลสถาบันต่างๆ ที่สำรวจออกมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำจะเกี่ยวพันไปถึงความนิยมรัฐบาลหรือไม่ว่า ลองนึกดูถ้าฝั่งไม่ใช่รัฐบาลชนะ  รัฐบาลก็คงไม่แฮปปี้เพราะคนกรุงเทพเหมือนแสดงประชามติว่าไม่แฮปปี้กับรัฐบาล แล้วรัฐบาลกำลังเจออะไร  กำลังเจอการอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ แล้วท่านนายกจะครบ 8 ปี ในวันที่ 24 สิงหาคม จะผ่านด่านทั้งสองอย่างนี้ได้ไหม ไหนจะเรื่องพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีอีก ผมคิดว่าจะมีปัญหาทางการเมืองตรงนี้ในแง่ที่ว่าเสียงที่ออกมา

 

"คนกรุงเทพ คือเสียงที่บอกว่าเขาคนกรุงเทพฯ มีความสุขและพอใจรัฐบาลหรือไม่ มันเห็นตรงนี้เป็นทิศทางกว้างๆเลย ส่วนในแง่การเมืองระดับชาติของพรรคการเมืองผมว่าคราวนี้ สะท้อนแค่การเมืองของพรรคนั้นในกรุงเทพฯ เช่น ประชาธิปัตย์ซึ่งในการเลือกตั้งส.ส. 24 มีนาคม 2562 ประชาธิปัตย์ไม่ได้ส.ส.แม้แต่ที่นั่งเดียว ถ้าเขาชนะขึ้นมาในคราวนี้ก็ฟื้นขึ้นมาได้ หรือรักษาแชมป์ผู้ว่ากทม.ไว้ได้นะครับ"

 

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวต่อไปว่า ในขณะเดียวกันพรรคก้าวไกลเขาก็ต้องหวังกรุงเทพฯเป็นพื้นที่หลัก เพราะว่าในตอนเลือกตั้งใหญ่ได้ส.ส.มาหลายคน หรือพรรคใหม่พรรคของคุณหญิงสุดารัตน์ที่ส่งคุณศิธา ทิวารี ลงสมัครรับเลือกตั้ง  ผมคิดว่ามันมีตรงนี้อยู่นะครับ แต่ว่าจะบอกว่าถ้าคนกรุงเทพเลือกคนนี้สังกัดพรรคนี้แปลว่าทั้งประเทศไทยเป็นอย่างนั้นไม่ใช่ 

 

"ปริญญา" ร่วมวิเคราะห์ศึก"เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.65"  ชี้วัด 8 ปีรัฐประหาร

 

วราวิทย์ - ถ้ามองผลเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงการรัฐประหารที่ผ่านมา 

 

อ.ปริญญา - ก็พอได้ แล้วด้วยเรื่องนี้ไม่ใช่ประชามติอย่างนั้นหรอก แต่ว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้สมัคร 2 ข้างชัดเจน เอาง่ายๆตัวอย่าง กรณีน้ำท่วมกรุงเทพฯ ท่านนายกลงพื้นที่ ผมเข้าใจว่าไม่ใช่การหาเสียงให้ตัวเองหรือเปล่าไม่ใช่ตัวเองมากกว่า น่าจะเป็นการมีนัยยะอะไรบางอย่างที่สนับสนุนใครบางคนหรือเปล่า คนตั้งคำถามท่านนายกฯคงจะรู้สึกไม่สบายใจแน่ ถ้าข้างซึ่งไม่ใช่รัฐบาลชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อันนี้เรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แล้วเรื่องนี้สะท้อนความคิดของคนไทยที่มากกว่าแค่กรุงเทพฯ

 

"ปริญญา" ร่วมวิเคราะห์ศึก"เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.65"  ชี้วัด 8 ปีรัฐประหาร

 

วราวิทย์ - ด้วยเหตุนี้หรือไม่ จึงทำให้กำหนดเลือกตั้งผู้ว่าฯปีสุดท้าย

อาจารย์ปริญญา  - ถือเป็นขาลงของท่านนายกฯ ลงไปมากกว่าเมื่อปีที่แล้ว  เมื่อครั้งเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิดก็รอบหนึ่งผ่านไป ลงไปต่ำกว่านั้นในคราวนี้แล้วก็สถานการณ์ที่เราเห็น ในการเปิดประชุมสภาสมัยประชุมสภาครั้งก่อนกระทั่งจะประชุมให้ครบองค์ประชุมเนี่ยยังลำบากเลย ตอนนี้กลยุทธ์ของคนที่ทำหน้าที่ประธานสภาเขาก็จะปิดประชุมหนีวิธีนี้ก็ใช้กันไปบ่อยๆ แต่ถามว่าวาระพิจารณา อย่างร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือการลงมติไม่ไว้วางใจปิดประชุมหนีไม่ได้   ผมคิดว่าคราวนี้ไม่ง่ายที่ท่านนายกจะผ่านด่านลงมติไม่ไว้วางใจ ตอนนี้เขาก็เอาไม่ไว้วางใจไปไว้เดือนกรกฎาคมเข้าใจว่าต้องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณให้เสร็จในเดือนมิถุนายน แล้วเดือนสิงหาคมนี้คือเรื่อง 8 ปีแต่ถ้าเป็นไปได้จะยื่นก่อน  ศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่  ถ้าเกิดยังไม่ครบ 8 ปีต้องรอฟัง เดือนกรกฎาคม  เป็นช่วงวันประชุมทั้งเรื่องของ 8 ปี เรื่องของลงมติไม่ไว้วางใจ

 

คราวนี้วาระ  8 ปี ต้องคุยกันอีกครั้งหนึ่ง คุณวรวิทย์ว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด มาตรา 18 วรรค 4 นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินกว่า 8 ปีไม่ได้ แล้วไม่มีบทเฉพาะกาลยกเว้นไว้ แล้วบรรทัดฐานของประธานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งท่านเป็นประธานเป็นตุลาการมาตั้งแต่ปีรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 50  เกษียณอายุ 70 ปีแล้วท่านก็ครบ 70 ปีไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม แต่พอดีรัฐธรรมนูญ 60 ให้ท่านเกษียณ 75 ปี แปลว่าท่านอยู่ต่อเนื่องกันในสองรัฐธรรมนูญมันก็เป็นบรรทัดฐานไง