ทั้งนี้ หากสามารถผลักดัน เอเปคเป็น FTA เอเปค จะเป็นประโยชน์มหาศาล เพราะจะกลายเป็นเอเปค ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มี GDP รวมกัน 62% ของ GDP โลก อีกทั้งจะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น 200-400%
ส่งผลให้ภาษีการค้า นำเข้า ส่งออกระหว่างกันเป็น 0 ไม่จำเป็นต้องตรวตสอบสินค้าซ้ำซ้อนหลายครั้ง รวมถึงจะเป็นโอกาสในการเปิดตลาดและการค้าการลงทุนระหว่างกันอีกด้วย
สำหรับประเทศไทย วางไว้ 3 เป้าหมาย ประกอบด้วย “Open. Connect. Balance.” คือการที่จะเปิดกว้างให้มีการเคลื่อนไหวทางการค้าการลงทุนระหว่างกันของกลุ่มเศรษฐกิจเอเปค การเชื่อมโยงทางการค้าการลงทุนทั้งภาคการผลิต ห่วงโซ่การผลิต การตลาดร่วมกันในกลุ่มเขตเศรษฐกิจเอเปค และสร้างสมดุลทั้งในสิ่งแวดล้อมและการค้าการลงทุนให้ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจได้ประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้หารือทวิภาคี กับ นายเอ็ดเวิร์ด เหยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ จีนฮ่องกง ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังการหารือเสร็จสิ้น