ฟังชัดๆ "ผบ.ตร." แจงยิบปมปริศนาการเสียชีวิต"คดีแตงโม นิดา" ยกประโยคชวนขบคิด โลกโซเชียลไม่มีกติกา พวกมากลากไป เมื่อถึงวันหนึ่งก็คลี่คลาย สะท้อนประสบการณ์ทำคดีที่ถกเถียงกันหนักกว่านี้ แม้แต่ผู้ต้องสงสัยปฏิเสธตรวจเลือดเพราะอะไร ( ชมคลิป )

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

แม้คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี นำสำนวน"คดีแตงโม นิดา"ฉบับสมบูรณ์ ส่งมอบให้อัยการเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปแล้วนั้น  แต่ทว่า ก็ยังมีความพยายามจากกลุ่มบุคคล หรือแม้แต่โลกโซเชียล ขุดคุ้ยเงื่อนปมปริศนาการเสียชีวิต"แตงโม นิดา" อย่างไม่จบสิ้น 

 

กระนั้น หากย้อนฟังความจาก "พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อย่างละเอียดจะทำให้เข้าใจกระบวนการทำงานคลี่คลาย"คดีแตงโม นิดา"  

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

ก่อนหน้านี้ "ผบ.ตร." ได้ออกมาเปิดเผยกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใน "คดีแตงโม นิดา"   พร้อมกับสะท้อนประสบการณ์ทำงานเมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ ซึ่งการเปิดเผยของผบ.ตร. มีเนื้อหาที่น่าสนใจยิ่งนัก  ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ จึงขอถอดความมาถ่ายทอด 

 

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565  ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต "พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตอบคำถามสื่อมวลชน ต่อกรณีคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม-นิดา ที่"นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์" ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เคลื่อนไหว ร้องเรียนชุดทำคดีตั้งคำถามถึงการสืบสวน สอบสวนคดีของพนักงานสอบสวน 

 

•ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบทั้ง 2 ด้าน ให้จเรตำรวจตรวจสอบ ข้อบกพร่อง กรณีกล่าวโทษให้ พงส. ดำเนินการ

 

"ผบ.ตร."   กล่าวว่า กรณีที่มีใครมากล่าวโทษ ร้องเรียน เราดำเนินการไปครบทั้ง 2 ด้าน ส่วนที่ตั้งข้อสังเกต ได้ส่งให้จเรตำรวจทำการตรวจสอบแล้ว ส่วนกรณีที่กล่าวโทษ กล่าวหาร้องทุกข์ เป็นเรื่องคดีอาญา พนักงานสอบสวนก็รวบรวมพยานหลักฐานไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งทำครบถ้วน ทั้ง 2 ด้าน ทำตามขั้นตอน กระบวนการที่เรามีอยู่แล้ว 

 

"ผบ.ตร." กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่ากระบวนการขั้นตอนจะดำเนินไป ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีการพูดคุยกัน ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แต่ผมก็พูดคุยซักถามได้

 

•ผบ.ตร. ยืนยันไม่มีขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

 

"ยืนยันนะครับ ยืนยันกับพี่น้องประชาชน มันไม่มีขบวนการอะไรที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันสร้างหลักฐานเท็จ ผมยืนยันว่าไม่มี ไม่มีการทำแบบนั้น ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เรื่องนี้อยู่ในสายตาคนเป็นล้าน ไม่มีใครจะไปสามารถสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาได้ และคณะพนักงานสอบสวน ไม่ใช่มีคนเดียว มีเยอะมาก และมีหลายสังกัดด้วย ทั้งยังมีบุคคลภายนอกด้วย เพราะฉะนั้นที่บอกว่าทำหลักฐานเท็จ เป็นไปไม่ได้ หรือมีขบวนการต่าง ๆ ไม่มีเหตุผลว่าจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร ก็ฝากว่าเรื่องนี้ ไม่สามารถพูดกันบนโลกโซเชียลหรือมานั่งตั้งโต๊ะ ถกแถลงกันทุกประเด็นได้ เพราะว่าการสืบสวนสอบสวน เป็นกระบวนการยุติธรรม ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ผมก็ยังยืนยันว่าถึงวันนี้ หากคดีนี้ได้มีโอกาสพิจารณาคดีในชั้นศาล ถึงเวลานั้นคงได้มีการถกเถียง ชี้แจงแถลงเหตุผล ใครเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไป ในทุกแง่ทุกมุม ซึ่งมีกฎกติกาชัดเจน ผมว่าถึงวันที่ศาลท่านมีคำพิพากษาออกมาทุกอย่างจะคลี่คลาย"

 

•ยกบทเรียนคดีเกาะเต่าโซเชียลกล่าวหาจับแพะ

 

"เรามีบทเรียนมาเยอะ การไต่สวนในโลกโซเชียล ผมเคยไปทำคดีนักท่องเที่ยวถูกกระทำชำเรา ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อหลายปีก่อน สมัยนั้นก็มีเรื่องแบบนั้น มีการกล่าวหาลูกของผู้ใหญ่บ้านคนนั้นเป็นคนร้าย อย่างนั้น อย่างนี้ จับแพะมาโน่นนี่ เรื่องนั้นใหญ่กว่านี้เยอะ เรื่องนั้นมีการกระจายไปต่างประเทศ มีคนไปล้อมสถานทูตไทยฯ ตัวผมเองต้องไปออกรายการทีวีหลายที่ ไปกรรมการสิทธิหลายที่ ไปชี้แจงเจ้าหน้าที่ตำรวจจากประเทศอังกฤษ ต้องทำหลาย ๆ อย่าง ซึ่งเราพูดในที่สาธารณะ ไม่ได้ทุกเรื่อง สมมติว่ามี 100 ประเด็น ถาม 1 ประเด็น ก็ตอบ 1 ประเด็น ไม่สามารถเอาทั้งหมด มากางโต๊ะ ไต่สวนกันกลางแจ้ง มันทำไม่ได้ สุดท้ายจริง ๆ ศาลมีคำพิพากษาตัดสินมา เรื่องก็คลี่คลายไป ถามว่าคนที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่วันนั้น ก็ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไร นี่คือตัวอย่าง ซึ่งเรื่องนานแล้ว”

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)

•ผบ.ตร.ย้ำขอให้อดทนรอ แจงตรวจเลือด 4 คนบนเรือ คนไม่ตรวจมีสิทธิตาม ป.วิอาญา

 

"ก็ยังยืนยันคดีนี้ก็เหมือนกัน อยากให้อดใจ อดทนรอ บางคนบอกว่าตั้งคำถามตั้งนานแล้วไม่มีคำตอบ บางทีตอบไปแล้ว แต่ว่าเขาอาจไม่รับทราบ ไม่ได้รับฟัง เมื่อ 2-3 วัน ผมดูข่าว เรื่องตรวจเลือด บอกว่าตรวจกัน 3 คน ทำไมที่เหลือไม่ตรวจเพราะอะไร ผมก็เข้าใจว่าเรื่องนี้ชี้แจงไปหลายรอบแล้ว พี่น้องสื่อฯ ไม่แน่ใจว่ามีข้อมูลหรือไม่ ผมก็ตาม ผบช.ภ.1 ว่า เราชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ทำไมยังมีคำถามอยู่ เขาก็บอกว่า คดีนี้ตรวจเลือด 4 คน ไม่ใช่ 3 คน อีกคนที่ไม่ให้ตรวจ เขาใช้สิทธิของเขา ท่านต้องไปเปิดกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 บอกอยู่แล้วว่าการตรวจเลือดต้องยินยอม ในคดีที่โทษเกิน 3 ปี ถ้าไม่ยินยอม ก็มีข้อสันนิษฐาน ที่ต้องว่าไป อันนี้เป็นรายละเอียดในคดีที่ยกตัวอย่างให้ฟัง"

 

•ผบ.ตร.ย้ำ การสืบสวนไม่มีการตั้งธง พนักงานสอบสวนชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนสรุป

 

“ฝากพี่น้องประชาชนว่า ตำรวจไม่มีตั้งธง การสืบสวนไม่เคยมีตั้งธง เราตัดสิน หรือตั้งสมมติฐาน หรือสรุปความเห็นของพนักงานสอบสวน ตามพยานหลักฐานที่มี  เท่าที่หาได้ เขาตั้งคำถาม เช่นตั้งคำถามว่าแผลนี้ถูกใบพัดเรือหรือเปล่า เป็นการตั้งคำถาม ส่วนจะเห็นเป็นอย่างไรเป็นอีกเรื่อง คนตอบก็ตอบว่ามันเข้ากันได้ สมมติว่าในที่เกิดเหตุเจอมีดสักเล่มหนึ่ง ก็ต้องตั้งคำถามว่าเข้ากับมีดไหม หรือเจอขวานสักอันหนึ่ง แต่ถามว่ามันมีไหมล่ะครับ อันนี้ยกตัวอย่างให้ฟัง ซึ่งประเด็นพวกนี้ ผมไม่อยากถกเถียงแบบนี้ มันไม่จบหรอก ประเด็นนี้มาก็ไปประเด็นโน้นประเด็นนั้น"

 

•ย้ำ กระบวนการยุติธรรมมีขั้นตอน ไม่ใช่พวกมากลากไป

 

"ถ้าเอาล่ะ กฎหมายบอกว่าต่อไปคดีอาญาสามารถถกแถลงบนเวทีสาธารณะได้ เอามากางตรงนี้ มันก็จบ แต่มันไม่ใช่แบบนั้น กระบวนการยุติธรรมเขาให้มีกระบวนการมีขั้นตอนอยู่ สุดท้ายไปว่าในชั้นศาล ซึ่งการพิจารณาคดีในชั้นศาลมีกฎเกณฑ์ กติกา แต่โลกโซเชียล ไม่มีกติกา เป็นพวกมากลากไป"

 

"หรือบางครั้งการชี้แจงก็เข้าไม่ถึง มันมีความสลับซับซ้อนของมัน หรือการตั้งข้อสังเกตกันไป ทุกคดีมีการตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัยเยอะแยะไปหมด แต่ถ้าจะคุยต้องคุยทุกประเด็น รวมๆ กันไป ต้องเอาหลักฐานทุกชิ้นมาดู ไม่ใช่เอาชิ้นเดียวมาดู พูดหลายครั้งเรื่องนี้ แต่หลายคนคงไม่เข้าใจ"

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจกแจงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียดว่า  "การตัดสินอะไรเขาใช้วิธีการชั่งน้ำหนักรวม เรื่องนี้มันมีวิดีโอเห็นตอนตกน้ำก็จบ แต่มันไม่มี ไม่มีต้องทำอย่างไร เขาก็เอาพยานหลักฐานทั้งหมด มาชั่งรวมกัน ข้อสงสัยมีทั้งนั้น ว่าอยู่ดีๆ ไปฉี่แล้วพลัดตกเรือ ใครก็สงสัย ผมก็สงสัย มันมีข้อสงสัย แต่ตำรวจไม่ได้เริ่มจากเชื่อหรือไม่เชื่อ เริ่มจากเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้  อันนี้เป็นไปได้ อันนี้เป็นไปไม่ได้ เอามารวม ๆ กันแล้วชั่งน้ำหนัก แล้วเขาก็สรุปมาแบบนี้ ว่าผู้ต้องหาคนนี้ มีความประมาททำให้เกิดเหตุนี้แล้วสั่งฟ้อง นั่นคือสรุป ภายใต้หลักฐานที่มีในมือ"

 

•ฝากผู้เชี่ยวชาญฯ หากไม่เห็นด้วย ไม่ถูกใจ ให้ทำตามกระบวนการ ผบ.ตร.พร้อม หากถูกแจ้งความ

 

"สรุปในหลักการการจะเถียงกันให้จบไม่ว่าจะผู้เชี่ยวชาญ หรือไม่เชี่ยวชาญ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ เห็นด้วยหรือไม่ขอให้เดินตามกระบวนการ ท่านไม่ถูกใจ ท่านคิดว่ามีขบวนการทุจริต ท่านแจ้งความเราก็ยินดีสอบสวน แม้กระทั่งจะแจ้งความผม ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร ว่าไปตามกระบวนการ ข้อกฎหมาย พนักงานสอบสวนสวนก็มีอิสระของเขา อยากทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วย ตอนนี้เข้าใจผิด ตรงนั้นตรงนี้ วนซ้ำๆมาอยู่ บางเรื่องชี้แจงแล้ว แต่ไม่ถูกใจกัน ก็ไม่เป็นไร มันไม่มีทางหรอกครับ ที่จะทำให้ทุกคนพอใจได้ ตำรวจตอบคำถามทุกคำถามไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่ขึ้นอยู่กับว่า ตอบไปแล้ว มีคนได้คนเสียในชั้นพิจารณาคดีของศาล ตอบไปแล้ว มีคนได้เปรียบเสียเปรียบ ตอบไปแล้วไม่เคลียร์เพราะเชื่อมโยงหลายประเด็น ถ้าตอบต้องตอบ 20 ประเด็นรวมกัน แบบนี้ตอบเรื่องเดียว ก็จะมีทำไมไม่อย่างนั้น อย่างนี้ ไม่จบหรอกครับ ขอให้อดทนรอ"

 

•ขอให้เชื่อมั่นในระบบกระบวนการยุติธรรม ส่งสำนวนกลับให้อัยการแล้ว ยินดีหากต้องสอบเพิ่ม

 

"ถ้าท่านคิดว่ากระบวนการยุติธรรมประเทศไทยเป็นแบบนี้ ถ้าท่านเชื่อมั่นในระบบ ขอให้ระบบมันทำงานก่อน ถ้ายังไม่พอใจกัน เดี๋ยวมาว่ากัน ว่าจะเอายังไงกันต่อ ตอนนี้อยู่ในชั้นอัยการก็ให้ความเคารพท่าน ตอนนี้ทราบว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งคืนสำนวนที่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติมให้ทางพนักงานอัยการแล้ว เชื่อว่าคงมีประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องให้ขยายความ สอบเพิ่มเติม จากการพูดคุยซักถาม อาจจะมีอีก หากอัยการสั่งสอบเพิ่มเติมเรายินดีจะทำให้ ซึ่งตรงนี้เป็นเอกสิทธิ์ของพนักงานอัยการว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ขอให้กระบวนการดำเนินไป ส่วนคนที่คิดว่ามีขบวนการชั่วร้ายอะไร ท่านก็ว่าไป ท่านจะไปกล่าวโทษตรงไหน พนักงานสอบสวนก็จะสอบให้ ไม่มีปัญหาอะไร ขอให้เดินไปตามหลักการนี้ ถึงวันหนึ่งจะคลี่คลายไปเอง เหมือนคดีที่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง วันนี้ศาลตัดสินลงโทษประหารไปหมดแล้ว ไม่เห็นมีใครมาพูดอะไรเลย ขอให้เข้าใจว่ามันเป็นปรากฏการณ์ระยะหนึ่งของสังคมไทย"

 

•ตอบปม พล.ต.ต. ว. ชี้ตำรวจทุกคนเป็นลูกน้อง ผบ.ตร.

 

เมื่อถามว่า นายอัจฉริยะ ระบุถึง พล.ต.ต. ว. ที่ทำคดีว่าเป็นสายตรง ผบ.ตร.  

"พล.ต.อ.สุวัฒน์" กล่าวว่า  ผมเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจ 2 แสนกว่าคน ทุกคนเป็นลูกน้องทั้งนั้น ทุกคนมีเหตุมีผลส่วนตัวของเขา เขามีหน้าที่เขาก็ทำไป ถ้าเห็นว่าเขาทำไม่ถูกต้องก็ว่าไป

 

•สั่งสอบคลิปหลุด และประเด็นอื่น ๆ แล้ว

 

ถามว่า คลิปที่นายอัจฉริยะ เอามาแถลงต้องตรวจสอบหรือไม่

"ผบ.ตร." กล่าวว่า ต้องตรวจสอบ ว่าหลุดมาได้อย่างไร มีการบกพร่องหรือไม่ ซึ่งบอกแล้วว่ามีกระบวนการตรวจสอบอยู่ สั่งให้ตรวจสอบหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องเดียว 

 

•ผบ.ตร. ยันตำรวจใจกว้าง ฟ้องกลับอัจฉริยะ - ผู้ที่กล่าวหาตำรวจหรือไม่ ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสำนวน การพิจารณาคดี หากกระทบจำเป็นต้องทำ


ถามว่า หลายครั้งที่นายอัจฉริยะกล่าวหาตำรวจช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา จะฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่

"ผบ.ตร." กล่าวว่า พูดหลายครั้งการจะไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนนั้นคนนี้ต้องมีเหตุให้ดำเนินคดีได้ตามกฎหมายก่อน ว่าเขาทำผิดหรือเปล่า ที่ร้องทุกข์ แต่ตำรวจต้องใจกว้าง ถึงแม้ว่ามีโอกาสจะไปร้องทุกข์ได้ แต่เราพิจารณาแค่นี้ไม่ได้หรอก เราต้องพิจารณาดูเจตนาของเขาเป็นเช่นไร ที่สำคัญต้องดูว่า ใครก็ตามที่ทำลงไป แล้วมันทำให้เกิดผลได้ผลเสียกับการดำเนินคดีอาญา มีคนได้เปรียบเสียเปรียบ ทำให้คดีอาญาเสียหาย อย่างนี้มันไม่ทำ ไม่ได้ มันเป็นเทคนิคทางกฎหมาย ไม่เช่นนั้น เดี๋ยวมีใครไปอ้างว่าพนักงานสอบสวนรับข้อเท็จจริงตรงนั้น ใช่ไหม แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไร ดังนั้นก็ต้องยืนหลัก ก็ต้องเข้าใจด้วย 

 

เมื่อถามว่า กรณีกล่าวหาให้เสียหาย แจ้งหมิ่นประมาทได้หรือไม่ 

"พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ" กล่าวว่า การดำเนินคดีหมิ่นประมาทส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ ที่เขาจะใช้สิทธิส่วนตัว ในฐานะของตำรวจเลือกเอาที่ถ้าไม่ทำมันจะเสียหาย ก็ต้องทำ แต่เรื่องส่วนส่วนบุคคลไปยุ่งไม่ได้

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.แจงยิบ"คดีแตงโม นิดา" (ชมคลิป) >>>>