เรื่องนี้จะเป็นประเด็น ถ้า “หลวงปู่แสง” ไม่มีอาการชราภาพ จนเดินไม่ได้ หรือป่วยอัลไซเมอร์ ตนเองจะไม่ออกมาพูดอะไร เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หลังจากนี้อยากให้ลูกศิษย์ออกมาชี้แจงว่า หลวงปู่เป็นโรคอัลไซเมอร์จริงหรือไม่ โดยการเอาแพทย์ที่เคนรักษามายืนยัน แต่ถ้าท่านป่วยเลอะเลือนจริง ต้องให้ความเป็นธรรมท่าน
ทั้งนี้ตามข้อพระวินัย ไม่เอาโทษภิกษุที่มีสติฟั่นเฟือน หรือไม่รู้สึกตัว แตกต่างจากทำโดยรู้ตัวมีสติ ตรงนี้จะเป็นความผิดฐานวินัย ฉะนั้นต้องนำมาแพทย์มายืน และส่งเรื่องให้คณะสงฆ์สอบด้วย อย่าเอาแค่ความสะใจ เพราะความสะใจและความถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
“ไม่ใช่เอะอะสึกๆ สังคมสมัยนี้เอาความสะใจเป็นที่ตั้ง มันไม่ได้ครับ โดยกรณีของพระสงฆ์ต้องบังคับใช้พระวินัยให้เท่าเทียมเสมอภาคกัน ต้องเปิดทางให้ท่านเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ถ้ามันเป็นความผิดชัดเจน ผมจะไม่ออกมาพูด โดยเคสนี้ ผมดูคลิปบางจังหวะแล้ว ผมรู้สึกว่าการใช้คำพูด ผมรู้สึกว่ามันรุนแรงมากไป เพราะท่านเป็นพระอายุมาก และเรายังไม่รู้ข้อเท็จจริงแท้แค่ไหน รวมถึงมีการบุกเข้าไป จึงอยากฝากถึงสื่อมวลชนด้วย จะต้องมีการสงวนท่าทีมากกว่านี้ คำพูดคำจามันไม่ได้ครับ เพราะเราต้องเป็นสุภาพชน เป็นผู้หวังดีต่อพุทธศาสนา ไม่ได้เข้าไปในฐานะคนพาล ไปทำหน้าขมึงคิ้วขมวด มันเป็นภาพไม่เหมาะ”
ตอนนี้เริ่มเกิดภาพบางอย่างที่ไม่เหมาะสมขึ้น ล่าสุดเป็นการใส่บาตรให้สามเณร โดยใส่ “ถุงยาง” ไปให้ด้วย ส่วนตัวมองว่าเริ่มจะไม่ดีแล้ว โดยความตั้งใจในการกำจัดพระที่ไม่ดี ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังมีเรื่องกระบวนการ ที่ต้องสงวนท่าที่ลงหน่อย ยกเว้นกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนมากๆ ไม่ใช่เคสพระชราที่ป่วยอัลไซเมอร์ พูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังไปพูดกระโชกใส่ท่าน บังคับให้ตอบคำถาม ทั้งที่ท่านไม่มีสติความรู้ตัว