สำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ (bureau of labor statistic) ออกรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เดือนเมษายนขยายตัว 8.3% เทียบจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน (YoY) แย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 8.1% แต่ก็เป็นไปตามผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ ที่คาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อของเดือนเมษายนจะชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว 8.5% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 41 ปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไม่รวมอาหารและน้ำมันขยายตัว 6.2% แย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 6.0% แต่ก็ชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว 6.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2525
ด้วยสถานการณ์ที่หนักหน่วงแบบนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางของสหรัฐฯ (FED) อาจต้องใช้ยาแรงในการสกัดอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับนักลงทุนอาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจเทขาย โดยเฉพาะนักลงทุนด้านสินทรัพย์ดิทัลที่ได้รับสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงหลาย ๆ ด้าน ทั้งภาวะเงินเฟ้อ, การปรับอัตราดอกเบี้ยของ FED, สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่สิ้นสุด, ทิศทางราคาบิทคอยน์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามแนวโน้มสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนหนัก, มีคู่แข่ง เช่น Ether ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 มีผู้ใช้เพิ่ม 15% , Stablecoins เพิ่ม 13% และหน้าใหม่อีกหลายเจ้า รวมทั้ง Dogecoin, Shiba Inu และ Litecoin มีผู้ใช้เพิ่มเฉลี่ย 3%