ตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งสูงของสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลหนัก โดยเฉพาะนักลงทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้เกิดวิกฤตบิทคอยน์หลุดระดับ 30,000 ต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นของคอยน์เบสที่เปรียบเสมือนตลาดหลักทรัพย์ของสกุลเงินคริปโต ร่วงหนักและหายไปถึง 50%

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ (bureau of labor statistic) ออกรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เดือนเมษายนขยายตัว 8.3% เทียบจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน (YoY) แย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 8.1% แต่ก็เป็นไปตามผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ ที่คาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อของเดือนเมษายนจะชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว 8.5% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 41 ปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไม่รวมอาหารและน้ำมันขยายตัว 6.2% แย่กว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 6.0% แต่ก็ชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว 6.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2525 

 

ด้วยสถานการณ์ที่หนักหน่วงแบบนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางของสหรัฐฯ (FED) อาจต้องใช้ยาแรงในการสกัดอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับนักลงทุนอาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจเทขาย โดยเฉพาะนักลงทุนด้านสินทรัพย์ดิทัลที่ได้รับสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงหลาย ๆ ด้าน ทั้งภาวะเงินเฟ้อ, การปรับอัตราดอกเบี้ยของ FED, สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่สิ้นสุด, ทิศทางราคาบิทคอยน์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามแนวโน้มสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนหนัก, มีคู่แข่ง เช่น Ether ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 มีผู้ใช้เพิ่ม 15% , Stablecoins เพิ่ม 13% และหน้าใหม่อีกหลายเจ้า รวมทั้ง Dogecoin, Shiba Inu และ Litecoin มีผู้ใช้เพิ่มเฉลี่ย 3%

 

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทำนักลงทุนผวา บิทคอยน์ร่วงหนัก

ณ ตอนนี้ จะเรียกว่าเป็นวิกฤตบิทคอยน์ (Bit In Crisis) ก็ว่าได้ เพราะดิ่งร่วงลงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งที่ 2 แล้วในสัปดาห์นี้ หลัง CPI เผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ "Coin Metrics" รายงานว่าราคาบิทคอยน์ปรับตัวลดลง 7% ไปอยู่ที่ 29,135 ดอลลาร์ หลังจากเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้าปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 29,026.66 ดอลลาร์ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2563 ขณะเดียวกันราคาหุ้นของ "บริษัท คอยน์เบส โกลบัล อิงค์" (Coinbase Global Inc.) แพลตฟอร์มศูนย์กลางซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ก็หายไปครึ่งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งวันพุธ (11 พฤษภาคม) ที่ร่วงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ 

 

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทำนักลงทุนผวา บิทคอยน์ร่วงหนัก

รายงานไตรมาสแรกระบุว่ามูลค่าหุ้นของคอยน์เบสหายไป 430 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.98% ต่อหุ้น และผู้ใช้รายเดือนลดลง 19% ขณะที่ดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก (Bloomberg Billionaires Index) ระบุว่า ไบรอัน อาร์มสตรอง ผู้ก่อตั้งคอยน์เบส ที่เคยมีทรัพย์สิน 13,700 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปัจจุบันเหลือเพียง 2,200 ล้านดอลลาร์ คอยเบสระบุด้วยว่าการที่คอยน์เบสเป็นตัวแทนลูกค้า ในการถือครองสกุลเงินทั่วไปและสกุลคริปโตมูลค่า 256,000 ล้านดอลลาร์ และในกรณีที่คอยน์เบสเข้าสู่ "กระบวนการล้มละลาย" ผู้ใช้ก็อาจสูญเงินในบัญชีทั้งหมด และจะกลายเป็น "เจ้าหนี้ไม่มีหลักประกัน" (Secured and unsecured creditors) ที่หมายความว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์เข้าถึงสินทรัพย์เหล่านั้นได้ ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้น