ฝ่ายค้านปักธง 4 ข้อล้มรัฐบาล ลั่นข้อมูลซักฟอกแน่น ปชช.-ขรก. ส่งให้อื้อ ของ รมต.ภูมิใจไทย - พปชร. มีเยอะสุด "หมอชลน่าน" ลั่นไม่คว่ำ กม. ลูก - พ.ร.บ.งบปี 66

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (6 พ.ค.) ที่จังหวัดนครราชสีมา พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมแถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้าน “ขีดเส้นใต้ความล้มเหลว ขีดเส้นตายรัฐบาลที่สิ้นสภาพ” โดยมีผู้นำนายกรัฐมนตรีที่ไร้ศักยภาพ ขาดความน่าเชื่อถือ นำพาประเทศมาถึงทางตัน เป็นรัฐบาลหมดสภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน จนทำให้เกิด 4 วิกฤต คือ วิกฤตผู้นำ วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสาธารณสุข วิกฤตการเมือง

 

ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นร่วมกันว่า หากปล่อยให้สถานการณ์เหล่านี้ดำเนินต่อไป จะสร้างความเสียหายจนไม่อาจเยียวยาแก้ไขได้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีมติร่วมกันขีดเส้นตาย ให้รัฐบาลที่หมดสิ้นสภาพนี้ นับตั้งแต่การเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ 22 พ.ค. 65 เป็นต้นไป ในการดำเนินการของพรรคร่วมฝ่ายค้านใน 4 วาระสำคัญ ได้แก่ 

 

1. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2565 
 

2. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเดือนมิถุนายน 2565 
 

3. การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 
 

4. การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเดือนส.ค. 65   

 

 

การประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมพร้อมศึกอภิปราย
 

ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ว่า ฝ่ายค้านจะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังกฎหมายลูกผ่านวาระ 3 โดยจะมีการยื่นเป็นรายบุคคล มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นจำเลยที่ 1 มีกรอบเนื้อหา 7 ข้อ ประกอบด้วย 

 

การทุจริตการบริหารราช , การล้มเหลวการทุจริตเพื่อผลประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้องการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและฝ่าฝืนจริยธรรม , การคุกคามเสรีภาพของประชาชนการไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้และปฏิบัติล้มเหลว , การทำลายระบอบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภา และเรื่องต่อเนื่องที่เราได้เคยมีการอภิปรายมา 

 

นายสุทิน กล่าวว่า การที่บอกให้รัฐบาลมีการแก้ไขหรือปรับปรุง แต่กลับถูกละเลย และยิ่งหนักไปกว่าเดิม ซึ่งความคืบหน้าหลังจากที่มีการได้สรุปไว้ มีประชาชนข้าราชการจากหลายหน่วยงานได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาตลอด เป็นที่สังเกตว่า ประชาชนและข้าราชการที่เราเข้าใจว่า เขาทนไม่ได้ส่งข้อมูลมาให้เรามีจำนวนมากกว่าทุกครั้ง และเป็นครั้งแรกที่พรรคร่วมรัฐบาลมีท่าทีไม่มีเอกภาพ และมีท่าทีตรงกันข้ามกับผู้นำรัฐบาลที่ชัดเจนที่สุด และข้อมูลที่ประชาชนส่งมาได้มีการจัดกลุ่มของรัฐมนตรีแต่ละพรรคการเมือง โดยพบว่าที่ส่งมาเยอะที่สุดนั้น เป็นรัฐมนตรีจากกลุ่มพรรคภูมิใจไทย ต่อด้วยข้อมูลของรัฐมนตรีในกลุ่มพรรคพลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์  

 

 

การประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมพร้อมศึกอภิปราย

นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน
 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฝ่ายค้ายกังวลในขณะนี้ คือเราเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะหนีการอภิปรายฯ อาจจะไม่อยู่ถึงการอภิปรายฯ เพราะเรื่องการดำแหน่งดำแหน่ง 8 ปี ในข้อกฎหมายที่ตีความโดยสุจริตใจ วันนี้ไม่มีคำอธิบายที่จะอยู่ต่อ ดังนั้นตนเชื่อว่า เป็นไปได้สูงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องไปก่อน ดังนั้นวันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่อยากจะเห็นการหนีไป ไม่ว่าจะเป็นการยกหรือการลาออกก็ตาม ซึ่งเราอยากเห็นการตอบข้อข้องใจของประชาชนในสภาฯ ก่อน จากนั้นจะไปก็ไป 

 

เมื่อถามว่า ปฏิบัติการของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ และร่างกฎหมายลูกหรือไม่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กฎหมายลูกสองฉบับหลังเราจะสนับสนุนให้ผ่านสภาในวาระ 2 และ 3 ซึ่งในชั้นกรรมาธิการมั่นใจว่า จะได้รับความเห็นชอบ ส่วนเรื่อง พ.ร.บ.งบฯ เรายังไม่มีมติร่วมกันในเรื่องนี้ แต่วิธีปฏิบัติเรื่องงบประมาณมีความสำคัญ แต่เมื่อเทียบกับผู้นำงบประมาณไปใช้ ก็ต้องชั่งใจว่า จะเกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่ ซึ่งต้องมาปรึกษาหารือกันอีกครั้ง แต่เราให้เป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการพิจารณา 

 

เมื่อถามว่า การยื่นตีความวาระ 8 ปี นายกฯ จะยื่นวันใด นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จากการหารือทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทย และฝ่ายค้าน เห็นตรงกันว่าจะยื่นช่วงกลางเดือน ก.ค. เป็นเวลาที่เหมาะ เพราะถ้าช้าเกินไปศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยหลังวันที่ 23 ส.ค. จะเกิดความเสียหาย
 

 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด