"ผมถามว่า ผมผิดอะไร การที่ผมเป็นส.ส. ถ้าโครงการได้รับการร้องเรียน และการที่ผมไปคุยผู้นำฝ่ายค้น มีข้อมูลชัดเจน อีกทั้งคุณศรีสุวรรณ จรรยา ก็ติดตามเรื่องความไม่ชอบมาพากลโครงการนี้ด้วย ทุกอย่างมีความสอดคล้องต้องกัน เท่ากับ ผมเปิดเผยความผิดปกติออกมา เป็นการส่งสัญญาณให้ผู้มีอำนาจทราบว่า จะลุกลามถึงเสถียรภาพรัฐบาล" นายพิเชษฐ กล่าว
ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพปชร. ได้ติดต่อมายังนายพิเชษฐให้เคลื่อนไหวเบาๆนั้น นายพิเชษฐ กล่าวว่า ยอมรับ พล.อ.ประวิตร โทรมาขอให้เบาๆกับเรื่องนี้ เพื่อความสบายใจต่อหัวหน้าพรรค พปชร.ที่นับถือ เพราะมีมิตรไมตรี การที่ย้ายออกมาจากพรรคประชาธรรมไทย มาอยู่พปชร. ส่วนหนึ่ง ให้ความนับถือเจตนารมย์ในการต่อต้านการทุจริต ที่มาเป็น.ส. ไม่มีผลประโยชน์ เทคไซต์ข้างใดข้างหนึ่ง ถามว่าถ้าโครงการโปร่งใส นายกฯเบรกทำไม
" การที่บิ๊กป้อมโทรมา ท่านบอกให้เบาๆ หน่อย ในฐานะผมเป็นผู้ใหญ่ ถ้าผมหยุดเคลื่อนไหวไปเลย เดี๋ยวก็จะมีการมองอีกว่า เท่ากับพิเชษฐ์กินกล้วยนี่หว่า แต่อยากให้เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการทำหน้าที่ของส.ส.ในการตรวจสอบ นี่เป็นมิมิตใหม่ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ฝ่ายค้าน กับส.ส.กลับคืนสภา" นายพิเชษฐ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การออกมาพูดวันนี้ เพื่อความสบายใจหัวหน้าพรรค และกก.บห. โดยในวันที่ 11 พ.ค. พร้อมเดินทางไปชี้แจงแน่ เพื่อให้เกิดความสบายใจต่อทุกฝ่าย แต่หากจะขับออกจากพรรคจริงๆ ก็ขอให้เป็นแบบสันติวิธีได้หรือไม่เหมือนกับกรณีที่ขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ออกจากพรรคพปชร.ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย
"ในเมื่อผมต้องการปกป้องผลประโยชน์ชาติ แต่กลับอยู่ไม่ได้ หรือถ้ามีธงให้ออกจากสมาชิกพรรค พรรคไม่ต้องการดูแลคนต้านทุจริตหรือ แต่คนที่อยู่ในพรรค ถูกสังคมเฝ้ามองอยู่ต่อไป หากคิดว่าสิ่งนี้ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจก็ขอช่วยขับผมสันติวิธี ทำแบบผู้กองธรรมนัส " นายพิเชษฐ กล่าวย้ำ
นายพิเชษฐ์ กล่าวปฏิเสธข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า หากพรรคพปชร.ขับออกจากพรรค จะย้ายไปอยู่พรรคเสรีรวมไทย ว่า ไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่ถ้าขับออกจริงจะได้ไปอยู่พรรคเล็ก
"ยังไม่เคยคุยกับพรรคเสรีรวมไทย เพียงแต่ให้สัมภาษณ์สื่อในลักษณะยกตัวอย่าง ถ้าถูกขับออกจากพรรคพปชร.อย่างนั้น ก็ไปอยู่พรรคเสรีรวมไทยเลยหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้คุยอะไรกันเลย ไม่เคยคุยกับเสรีรวมไทย แต่ถ้าจะไปอยู่พรรคไหน ผมก็ไปอยู่กับพรรคเล็ก อย่างพอมีข่าวโอกาสถูกขับออก ปรากฎว่า นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ โทรมาเลย บอกว่ามาอยู่กับผมเลย ผมมีประสบการณ์จากการถูกขับออกจากพรรคเพื่อไทย " นายพิเชษฐ กล่าว