ซึ่งผลการตัดสินของคณะกรรมการ รางวัลชนะเลิศ ของภาคเหนือ ได้แก่ เด็กหญิงจิราภัทร รักสถาน โรงเรียนบ้านสบพลึง จังหวัดลำปาง รองชนะเลิศอันดับ1ได้แก่เด็กหญิงชนิดาภา พงศ์วรินทร์ โรงเรียนพะเยาพิทยาคม จังหวัดพะเยา และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เด็กหญิงต้นอ้อ ลุงต่าโรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่
ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่1.นางสาวสิริยากร วรรณสมพร โรงเรียนนารีรัตน์ จังหวัดแพร่ 2.เด็กหญิงกิรณา ลี โรงเรียนบ้านเรียนกิรณา จังหวัดเชียงใหม่ 3.เด็กหญิงกัญญาณัฐ ทรงคำ โรงเรียนสันทรายวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ 4.เด็กชายปฏิภาณ สุขงาม โรงเรียนบ้านปาง จังหวัดลำพูน 5. นายอภิวิชญ์ พรมแจ้ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม จังหวัดเชียงราย
6. เด็กหญิงจิดาภา กาหลง โรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ จังหวัดเชียงใหม่และ 7. เด็กชายธนาธิป ตื้อจันตา โรงเรียนสันป่ายางวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่
เด็กหญิงจิราภัทร รักสถาน โรงเรียนบ้านสบพลึง จังหวัดลำปางกล่าวถึงความรู้สึกการได้รับรางวัลในการประกวดแข่งขันครั้งนี้ โดยพูดในห้วข้อ”ละอ่อนเจนใหม่ หัวใจคนเมือง” ซึ่งเหตุผลที่เลือกหัวข้อนี้ก็เพราะว่าจะได้แตกหัวข้อไปได้หลายเรื่อง
“เริ่มจากทำความเข้าใจสคริปก่อน ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านอู้คำเมืองทำให้ไม่มีปัญหาในการพูดเล่าเรื่องในหัวข้อที่เตรียมเอาไว้ ขอบคุณที่มีกิจกรรมนี้ขึ้นมา เฮาจะได้ประสบการณ์ดีมาก”เจ้าของรางวัลชนะเลิศพูดเล่าเรื่องภาษาไทยถิ่นเหนือเผย พร้อมเชิญชวนเด็ก เยาวชนคนรุ่นใหม่มาอู้คำเมือง เป็นภาษาที่น่าฮักนะเจ้า
ด้านอาจารย์พวงรัตน์ สองเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อวารมวลชน และคณะกรรมการด้านวิชาการ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวดครั้งนี้กล่าวว่าในฐานะกรรมการตัยสินอยากจะกล่าวว่าจริง ๆ แล้วภาษาไทยมีความสำคัญ เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงของภาษา ไม่ว่าจะไทยถิ่นภาคเหนือ อีสาน กลางหรือใต้ ทุกภาษาไทยถิ่นมีความไพเราะ มีเสน่ห์ มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง การที่ราชบัณฑิตยสภาได้จัดการแข่งขันสืบเนื่องกันมาหลายปีแล้วก็เป็นการส่งเสริมสนับสนุนและรักษาภาษาไทยถิ่นให้คงอยู่และเป็นการปลูกฝังให้น้อง ๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีความรัก ความภาคภูมิใจในภาษาถิ่นของตัวเอง
“ในการประกวดแข่งขันในครั้งนี้ มีความหวังอยากให้น้อง ๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความภาคภูมิใจในภาษาท้องถิ่นบ้านเกิดของตัวเอง พร้อมทั้งอนุรักษ์สืบสาน ให้อยู่มั่นคงตลอดไป”
อาจารย์พวงรัตน์ ยังได้กล่าวถึงเกณฑ์การตัดสินรอบสุดท้ายในเวทีภาคเหนือ โดยระบุว่าเกณฑ์การตัดสินในวันนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาการใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาไทยถิ่น มีในส่วนของเนื้อหาที่มีความประทับใจในผู้ฟังแล้วก็สุดท้ายก็คือมีลีลาประกอบการพูดเล่าเรื่องที่เป็นธรรมชาติเหมาะสมกับวัย ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการตัดสินก้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ ส่วนหนึ่งก็จะมาจากผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยถิ่นและอีกส่วนก็จะเป็นคณะกรรมการบริหารจากราชบัณฑิตยสภา ซึ่งในส่วนของผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยถิ่น ท่านก็จะพิจารณาการใช้ภาษาไทยถิ่นแล้วก็ในเรื่องของเนื้องหา ลิลา ความประทับใจ น่ารักสมวัย
“ขอชื่นชมน้อง ๆ ทุกคนมีความสามารถ จนผ่านเข้ามาในรอบนี้ได้”กรรมการตัดสินฯคนเดมิกล่าวชื่นชม
ทั้งนี้การประกวดดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติประจำปี 2565 โดยจัดมาแล้วในภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลา และจะจัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2565 ที่โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์, ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2565 ที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ อยุธยา ตามลำดับ ซึ่งนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ1 และรองชนะเลิศอันดับ2 ของแต่ละภาค จะเข้ารับรางวัลในงานวันภาษาไทยแห่งชาติของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาต่อไป
อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคโควิด-19 และถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุ ม.ก.kurplus เชื่อมเครือข่ายทั้ง 4 ภูมิภาคและออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มด้วย