โจโกวีบอกว่าอินโดนีเซียมีความสามารถที่จะผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ แต่กลับน่าขันที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร และเขาเห็นว่าการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของประชาชนมีความสำคัญมากกว่า เมื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศได้แล้วก็จะยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออก เพราะรู้ดีว่าประเทศก็ต้องการรายได้จากภาษี, การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการเกินดุลการค้า (มูลค่าการส่งออกมากกว่าน้ำเข้า)
อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก ครองสัดส่วน 51% โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำอาหาร เช่น เค้ก บิสกิต แป้งพิซซา ขนมปัง ช็อกโกแลต นูเทลลา ผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น ครีมทาหน้า ลิปสติก สบู่ และอยู่ในสารซักล้าง เช่น ผงซักฟอก และเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันไบโอดีเซลก็ต้องใช้น้ำมันปาล์มดิบ และเชื่อว่าการระงับส่งออกจะ "นำไปสู่ความระส่ำระสาย" โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อ ที่จะเล่นงานชนชั้นที่ยากจนที่สุด