ครูอาสาสมัครในรัฐชินของเมียนมา เป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ผลักดันให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการเปิดโรงเรียนสอนกันเอง ต่างจากในเมืองใหญ่ที่ครอบครัวเกิดความเห็นที่แตกแยกกัน ในประเด็นที่ว่าจะเอาลูกกลับเข้าโรงเรียนดีหรือไม่

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้ปกครองคนหนึ่งบอกว่าโรงเรียนยังมีความสำคัญ เพราะปลูกฝังวินัยให้แก่เด็ก ๆ ที่เลิกเรียนมาเป็นเวลานาน โดยมีสาเหตุมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการต่อสู้ระหว่างกองกำลังต่อต้านเผด็จการทหารกับกองทัพเมียนมาหรือทัดมาดอว์ แต่ในพื้นที่ของฝ่ายต่อต้านทำให้ยากที่นักเรียนจะกลับไปเรียนที่โรงเรียนได้ แต่ในรัฐชินได้มีครูอาสาสมัครช่วยกันเปิดโรงเรียน 51 แห่ง เพื่อสอนเด็ก ๆ ในหลายระดับชั้น ห้องเรียนก็สร้างขึ้นง่าย ๆ พอกันแดดกันฝน 

 

2 ปีที่สูญหายของการศึกษาเมียนมาในยุครัฐประหาร-โควิด

 

ครูอาสมัครหลายร้อยคนได้ช่วยกันสอนนักเรียนระดับประถมและมัธยมต้น จำนวน 15,000 คน โดยสอนเป็นภาษาถิ่นซึ่งก็คือภาษาชิน หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถไปโรงเรียนมานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยมีสาเหตุมาจากการระบาดของโควิด-19 และการเกิดรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี จนเกิดการประท้วงและการลุกฮือจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับทหารฝ่ายรัฐบาล 

 

2 ปีที่สูญหายของการศึกษาเมียนมาในยุครัฐประหาร-โควิด

ส่วนสถานการณ์ในเมืองใหญ่รวมทั้งย่างกุ้ง พบว่าครอบครัวชาวเมียนมาหลายล้านเสียงแตกเรื่องการศึกษา ความปลอดภัยและการเข้าข้างฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย เมื่อต้องตัดสินใจว่าจะส่งลูกเรียนกลับเข้าโรงเรียนของรัฐหรือไม่ เช่น ครอบครัวหนึ่งที่ผู้เป็นพ่ออยากส่งลูกกลับเข้าโรงเรียน แต่สมาชิกคนอื่นในครอบครัวไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากทรยศต่อขบวนการอารยะขัดขืน (Civil Disobedience Movement) ที่ก่อตัวตั้งแต่ทหารเข้ายึดอำนาจ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 

 

2 ปีที่สูญหายของการศึกษาเมียนมาในยุครัฐประหาร-โควิด

 

2 ปีที่สูญหายของการศึกษาเมียนมาในยุครัฐประหาร-โควิด

ผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่าเธอควรจะมีความสุขและภาคภูมิใจ ในการพาลูกไปเข้าโรงเรียนวันแรก แต่พ่อแม่ของเธอที่อยู่ต่างเมืองกลับต่อว่าที่เธอส่งลูกไปโรงเรียนของรัฐ เพราะพวกเขากลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่องแล้วจะไม่ใครคบหาและถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ แต่สำหรับคนที่ไปโรงเรียนก็พบว่าเพื่อนหายไปกว่าครึ่ง ส่วนคุณภาพการเรียนการสอนในยุครัฐบาลทหารก็แย่ลง ครูน้อยลงเพราะ 7 ใน 10 ยังคงอารยะขัดขืน ครูที่มาสอนแทนก็ขาดการฝึกอบรม พวกนักเรียนที่หายไปส่วนใหญ่หนีออกจากบ้าน ทิ้งการศึกษาไปเข้าร่วมต่อสู้กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยและกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (People's Defence Force) ของรัฐบาลเงา  

 

2 ปีที่สูญหายของการศึกษาเมียนมาในยุครัฐประหาร-โควิด