สำหรับการรับมือภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ ผู้บริโภคสามารถร่วมป้องกันตนเองเบื้องต้นได้โดย 1.ระมัดระวังไม่หลงเชื่ออีเมลลวง ทุกธนาคารและสถาบันการเงินไม่มีนโยบายแจ้งให้ลูกค้าเข้าใช้บัญชีผ่านทางอีเมล 2.ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่น่าเชื่อถือ 3.ตั้งการแจ้งเตือนเมื่อมีการทำธุรกรรมผ่าน SMS หรือให้อีเมลกับธนาคารและสถาบันการเงิน 4.ล็อคเอาต์ออกจากระบบทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน
ปัจจุบันธุรกรรมการชำระเงินออนไลน์มีแนวโน้มเติบโตรวดเร็วโดยเฉพาะการชำระค่าสินค้าและบริการบนอีคอมเมิร์ซได้รับความนิยมสูงต่อเนื่อง มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม 9.79% ต่อปี ในช่วงปี 2560-2564 ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA พบว่าผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าผ่านอี-มาร์เก็ตเพลซมากที่สุดในขณะที่ผู้ขายนิยมขายสินค้าผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซมากที่สุด
สำหรับช่องทางการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์ที่ได้รับความนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. แอปพลิเคชันของธนาคาร 2. ชำระเงินปลายทาง 3. ชำระด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต 4. โอนหรือชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร และ 5. ชำระด้วยวอลเล็ตของแพลทฟอร์ม นอกเหนือจากการชำระค่าสินค้าและบริการเพื่อการอุปโภคบริโภคผ่านออนไลน์แล้ว นับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 และบริการที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นคือ การซื้อขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุนออนไลน์ อาทิ บิทคอยน์ หุ้นและกองทุนรวม