ผู้ช่วยฯ สุรเชษฐ ปัด ไม่ได้มีเอี่ยว คดีค้ามนุษย์ ไม่เคยต่อสายถึง “พล.ต.ต.ปวีณ” เพื่อขอให้ปล่อยตัว “เสธแป้น” เหตุตำแหน่งแค่ รองผู้การฯ โปรยคำชม สำนวนในอดีตทำสมบูรณ์ดีแล้ว หากอยากให้ข้อมูล พร้อมรับรองความปลอดภัย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กรณี สำนักข่าวต่างประเทศ เผยคำสัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 (รอง ผบช.ภ.8) ซึ่งได้ลาออกจากตำรวจและขอลี้ภัยการเมืองไปพักอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเนื้อหาคำสัมภาษณ์ พาดพิงถึง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยศในขณะนั้น ว่า มีการต่อสายโทรศัพท์ในการขอความช่วยเหลือและสั่งให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา 

 

วันที่ 25 เมษายน 2565 ที่โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศพดส.ตร.) ซึ่งเป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนา พนักงานสอบสวนและทีมงานสหวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคุ้มครองแรงงานแก่คนต่างด้าวและป้องกันการละเมิดสิทธิตามกฎหมายแรงงาน ที่ จังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 24 - 29 เมษายน 2565 

 

บิ๊กโจ๊กปฏิเสธโทรอ้อน “พล.ต.ต.ปวีณ” ช่วยเสธฯแป้น

โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่เคยโทรศัพท์ติดต่อหรือร้องขอกับ พล.ต.ต.ปวีณ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง  และในขณะนั้น ตนเองก็มีตำแหน่งเพียง รองผู้บังคับการ เท่านั้น อีกทั้งในข้อเท็จจริงทางคดี พล.ท.มนัส ก็ไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและในชั้นศาลอีกด้วย 

โดยศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้ พล.ท.มนัส จำคุกเป็นเวลา 82 ปี ซึ่งปัจจุบัน พล.ท.มนัส ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากหัวใจวายเฉียบพลันภายในเรือนจำ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ปัจจุบันตนเองก็ได้ดำเนินการในการแก้ปัญหาคดีการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และในสำนวนคดีที่ พล.ต.ต.ปวีณ ได้ดำเนินการไว้ก็ครบถ้วนสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว

 

ดังนั้น หาก พล.ต.ต.ปวีณ มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ ก็สามารถส่งมาให้ดำเนินการได้ และพร้อมจะรับรองความปลอดภัยให้หากจะเดินทางกลับมาประเทศไทย