การขาดแคลนสกุลเงินต่างประเทศกลายเป็นปัญหาใหญ่ตั้งแต่ต้นปี 2021 รัฐบาลพยายามหยุดยั้งการไหลออกของเงินตราต่างประเทศด้วยการห้ามนำเข้าปุ๋ยเคมี และบอกประชาชนให้หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ภายในประเทศแทน นำไปสู่ผลผลิตที่ล้มเหลว ประเทศต้องหันไปนำเข้าอาหารจากต่างประเทศซึ่งยิ่งทำให้ขาดแคลนเงินตราต่างประเทศหนักเข้าไปอีก รัฐบาลยังห้ามการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยนับตั้งแต่รถยนต์ ไปจนถึงรองเท้าและอาหารบางชนิด
ทางแก้ที่สามารถทำได้เพื่อส่งเสริมการส่งออกก็คือการลดค่าเงิน แต่รัฐบาลศรีลังกาก็ไม่เลือกวิธีนี้เพราะเกรงว่าค่าเงินรูปีจะตกเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ แต่สุดท้ายเมื่อสิ้นเดือนมีนาคมปีนี้ ค่าเงินรูปีก็ตกไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เช่นเดียวกับราคาอาหารที่ขณะนี้สูงกว่าปีที่แล้วถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประเทศมีหนี้สินต่างประเทศรวม 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปีนี้และปีต่อๆไปจะต้องจ่ายหนี้ปีละ 7,000 ล้านดอลลาร์ ธนาคารกลางของศรีลังกาจึงประกาศเลื่อนการจ่ายหนี้จนกว่าจะได้เงินช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ.ซึ่งการเจรจาจะมีขึ้นในราวปลายเดือนเมษายนนี้ ขณะที่ประชาชนทั่วไปยังเผชิญกับความขาดแคลนไปแทบทุกเรื่้อง ต้องเข้าคิวยาวเพื่อเติมน้ำมัน บริการขนส่งหยุดชงัก จากเคยรอรถบัสโดยสาร 15 นาที ตอนนี้ต้องรอ 1-2 ชั่วโมง บางครั้งไปได้แค่ครึ่งทางน้ำมันก็หมด
ตอนนี้ศรีลังกาได้รับความช่วยเหลือระยะสั้นจากอินเดียที่ส่งน้ำมันให้กับศรีลังกาด้วยเงินเชื่อมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังกู้เงินจากญี่ปุ่นและบังคลาเทศด้วย นอกจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลของประธานาธิบดีราชปักษายังถูกวิจารณ์เรื่องคอรัปชั่นและเล่นพรรคเล่นพวก พี่ชายน้องชายและลูกหลานได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆในคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง ฐานะการเงินของครอบครัวที่ร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆจึงถูกจับตามองเป็นอย่างมาก