ทำไมต้องเป็นอินเดีย อินเดียได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตข้าวและข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก โดยเมื่อต้น เดือนเมษายน มีข้าวและข้าวสาลีในสต็อกมากถึง 74 ล้านตัน ในจำนวนนี้ 21 ล้านตัน ถูกเก็บไว้เพื่อการสำรองทางยุทธศาสตร์ และระบบจำหน่ายสาธารณะ (PDS) เพื่อให้ ประชากรที่ยากจนมากกว่า 700 ล้านคน ได้เข้าถึงอาหารราคาถูก
ศักยภาพในการส่งออกของอินเดีย อินเดียได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวและข้าวสาลีราคาถูกที่สุดในโลก โดยส่งออกข้าวไปยังเกือบ 150 ประเทศ และข้าวสาลี 68 ประเทศ ซึ่งตัวเลขการส่งออกข้าวสาลีช่วงระหว่างปี 2563-2564 อยู่ที่ 7 ล้านตัน ได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้าที่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ มีการทำสัญญาส่งออกข้าวสาลีเพิ่มอีก 3 ล้านตัน และยอดการส่งออกสินค้าเกษตรก็ทำสถิติเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ ช่วงปี 2564-2565
ศักยภาพของอินเดียอาจไม่พอเลี้ยงโลกทั้งใบ อโศก กูลาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของ “Indian Council for Research on International Economic Relations” บอกว่า อินเดียมีศักยภาพในการส่งออกข้าว 22 ล้านตัน และข้าวสาลี 16 ล้านตันต่อปี ถ้า WTO ยอมให้ส่งออกสินค้าในสต็อก ก็สามารถส่งออกได้มากขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนแรงของราคาอาหารโลก และลดภาระของประเทศผู้นำเข้าทั่วโลก แต่แนวคิดนี้กลับสวนทางกับของฮาริช ดาโมดารัน นักวิชาการอาวุโสของสถาบันคลังสมอง “Centre for Policy Research” ที่บอกว่า ถึงจะมีสต็อกอย่างเพียงพอในเวลานี้ แต่ยังมีสิ่งที่น่ากังวล และอินเดียก็ไม่ควร “กระเหี้ยนกระหือรือ” ที่จะเป็น “ผู้เลี้ยงดูโลกทั้งใบ” จนเกินไป เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่น่าเป็นห่วง ได้แก่