สาวรายนี้ยังบอกอีกว่า หลังก่อเหตุแล้วถูกฝ่ายชายข่มขู่ว่า ตำรวจจะช่วยอะไรได้ เพราะพ่อมีอำนาจ ด้วยความกลัวจะถูกทำร้ายจึงไม่ได้เข้าแจ้งความ จากนั้นตนไม่ได้เจอกับฝ่ายชายอีกหลายปี จนกระทั่งมาพบกันอีกครั้งในงานอีเว้นท์ของพรรค ซึ่งฝ่ายชายได้นัดตนกินข้าวอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ผ่านมา ซึ่งครั้งหลังตนได้ปฏิเสธและตัดขาดการติดต่อ
"รู้สึกโล่งใจและดีใจอย่างมากที่มีคนกล้าออกมาพูด เพราะตัวเองต้องเก็บกดมานานหลายปี กลัวว่าพูดไปแล้วจะไม่มีคนเชื่อ ตั้งแต่เกิดเรื่องก็เป็นโรคซึมเศร้าจนถึงทุกวันนี้ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า แต่คราวนี้ดีใจที่จะมีคนเชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสักที และเชื่อว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อมากกว่านี้ จึงขอให้ทุกคนกล้าออกมาพูด รวมถึงนับถือคนที่ออกมาแจ้งความเป็นอย่างมาก ส่วนฝ่ายชายหากจะไม่ยอมรับผิดก็ไม่เป็นไร เพราะจะไม่มีผู้หญิงคนไหนหลงเชื่อแล้วตกเป็นเหยื่ออีกแล้วหลังจากนี้"