ควันหลงจากการประชุมใหญ่พลังประชารัฐ ที่เลขาธิการพรรคประกาศเป้าหมายต้องได้ ส.ส. 150 ที่นั่งนั้น หากทำได้จริงแบบไม่อิงนิยาย ผลที่จะเกิดขึ้นตามมาแน่ๆ ก็คือ พรรคเพื่อไทยน่าจะไม่ชนะแบบแลนด์สไลด์ จึงถือเป็นยุทธศาสตร์การสกัดเพื่อไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง 

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ยิ่งไปดูผลสำรวจของ "นิด้าโพล" หรือ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ยิ่งทำให้เห็นว่าประชาชนก็ไม่ได้อยากให้มีพรรคการเมืองหนึ่ง พรรคการเมืองใด ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ แถมยังเอาใจช่วยพรรคเล็กอีกต่างหาก 

 

นิด้าโพลสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,314 ตัวอย่าง ประเด็นสำรวจก็คือ "การแก้ไขกฎหมายลูกเลือกตั้ง ควรให้โอกาสพรรคเล็กได้มี ส.ส.ในสภา หรือเปิดโอกาสให้มีพรรคการเมืองชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์" ผลสำรวจมี 3 ประเด็น คือ

 

ส่องผลโพล"แลนด์สไลด์"...เพื่อไทยวืด?  

 

1.ควรเปิดโอกาสให้พรรคเล็กได้มี ส.ส.ในสภา แบบเดียวกับการเลือกตั้งในปี 62 ปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยมาก ร้อยละ 47.79 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 30.97 รวมกลุ่มตัวอย่างที่มีทิศทางเห็นเห็นด้วย ราวๆ 78% 

 

2.ควรทำให้เกิดการชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ (ได้เสียง ส.ส. เกินครึ่งหนึ่งของสภา) เกิดขึ้นได้ยาก ปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยมาก ร้อยละ 34.78 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 26.03 รวมกลุ่มตัวอย่างในทิศทางเห็นด้วยราวๆ 60% 

 

3.สิ่งที่ประชาชนจะเลือกระหว่างการให้โอกาสพรรคเล็กได้มี ส.ส. ในสภา หรือการเปิดโอกาสให้มีพรรคการเมืองชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ (Landslide) พบว่า ร้อยละ 58.68 ให้โอกาสพรรคเล็กได้มี ส.ส.ในสภา ขณะที่ร้อยละ 35.46 เปิดโอกาสให้มีพรรคการเมืองชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์  

 

โดยผลสำรวจของ "นิด้าโพล" ที่ออกมา ถือว่ามีนัยสำคัญทางการเมืองมาก สะท้อนว่าประชาชนยังกังวลเรื่อง "เผด็จการรัฐสภา" เหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยช่วงที่ทักษิณ ได้เสียง ส.ส.เกินครึ่งสภามากในปี 2548 ได้นำมาสู่การรัฐประหาร ในปี 49 / และช่วงที่ยิ่งลักษณ์ ชนะเลือกตั้งเกินครึ่งสภาในปี 54 ได้นำมาสู่การผลักด้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย เกิดการชุมนุมประท้วงของ กปปส. และมีการรัฐประหารเมื่อปี 57 

สำหรับโพลที่ออกมา เหมือนเป็นข่าวร้ายของพรรคเพื่อไทย แต่ก็มีอีกโพลหนึ่งที่เป็นข่าวร้ายของพรรคพลังประชารัฐด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่เพิ่งประกาศจะกวาด 150 เก้าอี้ 

 

โดย "ซูเปอร์โพล" ได้จัดทำสำรวจในหัวข้อ "ทุกข์หนี้สินของประชาชน กับการเมืองที่ต้องแก้ไข" ใช้กลุ่มตัวอย่าง : 2,233 ตัวอย่าง ซึ่งผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 53.6 ทุกข์มากถึงมากที่สุด จากปัญหาหนี้สินในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตโควิด ร้อยละ 24.2 ทุกข์ปานกลาง และร้อยละ 22.2 ทุกข์น้อยถึงไม่ทุกข์เลย

 

ส่องผลโพล"แลนด์สไลด์"...เพื่อไทยวืด?

 

อาชีพที่ทุกข์มากที่สุด คือ เกษตรกร ร้อยละ 64 รองลงมาคือ ค้าขาย อาชีพอิสระ ร้อยละ 57.6 นักศึกษา ร้อยละ 51.6 

 

ภูมิภาคที่ทุกข์มากที่สุด ได้แก่ภาคใต้ ร้อยละ 77.6 รองลงมาคือาภาคกลาง ร้อยละ 59.7 และภาคอีสาน ร้อยละ 52.8 

 

พรรคการเมืองที่ตั้งใจจะเลือก ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง อันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 20.5 รองลงมา คือ พรรคก้าวไกล ร้อยละ 16.5 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 16.3 และพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 11

 

ความน่าสนใจของผลสำรวจก็คือ 

1.พรรคเพื่อไทยคะแนนนำ แต่พรรคที่ได้คะแนนอันดับ 2 ไม่ใช่พรรคใหญ่อย่างพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ แต่กลับเป็นพรรคก้าวไกล 

 

2.ผลสำรวจออกมาแบบนี้ แปลว่า ประชาชนร้อยละ 37 จะเลือกฝ่ายค้าน ร้อยละ 27 จะเลือกพรรรคร่วมรัฐบาล 

 

3.พรรคพลังประชารัฐมาเป็นอันดับ 3 แพ้พรรคก้าวไกล 

 

4.พรรคภูมิใจไทยไม่ติดกลุ่ม 6 พรรคแรก 

 

5.พรรคเกิดใหม่มีความหวัง ทั้งสร้างอนาคตไทย และไทยสร้างไทย เพราะมีคะแนนนิยมร้อยละ 6.6 และ 6.3 ตามลำดับ 

 

ดูจากโพลนี้ แม้จะไม่ใช่ข่าวดีของพลังประชารัฐ แต่ก็ไม่ใช่ข่าวดีของเพื่อไทยด้วย เพราะโอกาสการแลนด์สไลด์น้อยจริงๆ 

 

ที่น่าสนใจอีกเรื่อง คือ ภูมิภาคที่คนรู้สึกว่าทุกข์มากที่สุด คือ ภาคใต้ ซึ่งเป็นภาคฐานเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ฉะนั้นข้อมูลจาก วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่บอกไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าลงไปทำงานภาคใต้ พบว่าพรรคเพื่อไทยมีความหวัง ก็มีแนวโน้มเป็นความจริง 

 

สาเหตุที่ภาคใต้ทุกข์มาก อาจเป็นเพราะเป็นภาคที่มีชาวประมงจำนวนมาก เนื่องจากเป็นจังหวัดติดทะเลเกือบทั้งภาค และชาวประมงได้รับผลกระทบมาจากนโยบายจัดระเบียของ คสช. ต่อเนื่องถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน