ไมค์ วอลเลซ สมาชิกรัฐสภายุโรปถึงกับออกมาบอกว่ายุโรปไม่ควรเปลี่ยนการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียมาเป็นสหรัฐพร้อมกับประณามว่าเป็นสิ่งที่เลวทรามสำหรับประเทศที่ชอบทิ้งระเบิด ชอบรุกราน ชอบยึดครองและชอบแทรกแซงประเทศอื่่นๆมากกว่าใครๆซึ่งก็หมายถึงสหรัฐนั่นเอง
หันมาฝั่งรัสเซียที่ประธานาธิบดีปูตินเคยประกาศว่าจะยกเลิกการส่งออกก๊าซหากยุโรปไม่ยอมจ่ายเป็นเงินรูเบิลผ่านธนาคารของรัสเซียโดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นมา ล่าสุดออกมาประกาศว่าจะยังไม่ระงับการส่งออกและไม่มีผลต่อการส่งมอบที่ได้จ่ายเงินไปแล้วในงวดตั้งแต่วันที่ 1-15 เมษายน เพื่อให้เวลากับสหภาพยุโรปหรืออียู.ในการเจรจากับบริษัทพลังงานเพื่อหาทางจ่ายค่าก๊าซหรือหาแนวทางร่วมกันในการทำสัญญาจ่ายเงินให้กับรัสเซียที่เปิดทางให้อียูซื้อเงินรูเบิลผ่านธนาคาร Gazprombank ซึ่งเป็นของรัฐบาลรัสเซียได้ซึ่งอียูยังไม่คว่ำบาตรธนาคารนี้เพื่อให้การซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียเดินหน้าต่อไปได้
ต่างจากอังกฤษที่คว่ำบาตร Gazprombank ได้เพราะนำเข้าก๊าซจากรัสเซียไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่
ฝรั่งเศสนำเข้าประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
บัลกาเรียสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์
ออสเตรีย 80 เปอร์เซ็นต์
โปแลนด์ เท่ากับคือเยอรมนี 50 เปอร์เซ็นต์
กรีซกับอิตาลีก็เท่ากันคือ 40 เปอร์เซ็นต์
เนเธอร์แลนด์ 15-20 เปอร์เซ็นต์
นักวิเคราะห์มองว่ากลยุทธ์ของปูตินที่ขู่จะยุติการส่งออกเชื้อเพลิงหากไม่จ่ายเป็นเงินรูเบิล นอกจากจะช่วยพยุงค่าเงินรูเบิลแล้วยังต้องการปกป้องไม่ให้ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงงานของรัสเซียอย่าง Gasprom หรือแม้แต่ Gasprombank ถูกคว่ำบาตรในอนาคตด้วย เพราะถ้าอียูคว่ำบาตรก็จะถูกตัดการส่งออกเชื้อเพลิง